|
recyclechon.com=>
นานาสาระ ->
จาก "ขยะกระดาษ" สู่ "ขุมทรัพย์มือสอง"
| |||||||
อื่นๆที่คล้ายกัน |
จาก "ขยะกระดาษ" สู่ "ขุมทรัพย์มือสอง"
จำนวนผู้เข้าชม : 5750 คน
รายละเอียด
จาก "ขยะกระดาษ" สู่ "ขุมทรัพย์มือสอง" ประเภท : นานาสาระ จาก "ขยะกระดาษ" สู่ "ขุมทรัพย์มือสอง"ราคากล่องกระดาษวันนี้ต้องยอมรับกันว่าราคาปรับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เมื่อเทียบกับในอดีตที่พวกเราคนในวงการรีไซเคิลเคยเผชิญมาย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ผมยังจำภาพความหดหู่ในตอนนั้นได้ดี ร้านรับซื้อของเก่าแทบจะปิดประตูหนีเศษกระดาษลัง เพราะราคาตกต่ำลงไปเหลือเพียง 2 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น! เชื่อไหมครับว่าในตอนนั้น ทั้งซาเล้ง แม่บ้าน หรือแม้แต่เจ้าของร้านรับซื้อเอง ต่างพากันโอดครวญด้วยความช้ำใจ ราคากระดาษถูกยิ่งกว่าค่าแรงคนเก็บเสียอีก ผลที่ตามมาคือไม่มีใครอยากจะเก็บกระดาษลังมาขาย ทำให้กระแสการหมุนเวียนของวัตถุดิบรีไซเคิลในตลาดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดยุคทองของเศษกระดาษ และภาระของผู้ประกอบการแต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน สถานการณ์กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง ราคาเศษกระดาษ กระดาษลัง และกระดาษลูกฟูกพุ่งทะยานสูงขึ้นมาก นี่เป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวซาเล้ง พ่อบ้าน และแม่บ้านที่ขยันเก็บ เพราะของกลับมามีมูลค่าอีกครั้ง แต่ในทางกลับกัน เมื่อราคาเศษกระดาษสูงขึ้น ผลกระทบก็ลามไปถึงอุตสาหกรรมการผลิต เยื่อกระดาษ และผลิตภัณฑ์แพ็คเกจจิ้งต่างๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยสถานการณ์นี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการหลายท่านเริ่มมองหาทางรอดเพื่อ "ลดต้นทุน" การผลิตและค่าบรรจุภัณฑ์ และนี่คือจุดเริ่มต้นของ "ตลาดกล่องกระดาษมือสอง" ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะราคาที่ย่อมเยากว่ากล่องใหม่หลายเท่าตัวเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรง: พลิกวิกฤตเป็นโอกาสปี 2558ก่อนหน้านี้ ผมเองในฐานะคนทำร้านรับซื้อของเก่า ก็ไม่เคยคิดว่าอาชีพ "ขายกล่องมือสอง" จะเป็นไปได้จริง จนกระทั่งปี 2558 ผมได้โอกาสไปประมูลกล่องกระดาษมาจากโรงงานแห่งหนึ่ง เป็นกล่อง 5 ชั้น (5 ลอน) ที่มีความหนาและแข็งแรงมาก ที่สำคัญคือเป็นกล่องที่ใช้งานเพียงครั้งเดียว สภาพเหมือนใหม่เป๊ะ 100%แรกๆ ผมก็ทำตามสูตรร้านรับซื้อของเก่าทั่วไปครับ คือได้มาก็ส่งโรงอัดกระดาษ ได้กำไรตามส่วนต่างกิโลกรัม ผมทำแบบนี้อยู่เป็นปี โดยที่ไม่ได้เอะใจเลยว่ากำลังเสียโอกาสทองไป จนเข้าสู่ปีที่ 2 เมื่อราคากระดาษช่วงนั้นเริ่มปรับตัวลง ผมเริ่มรู้สึกเสียดายสภาพกล่องที่มันยังดีเกินกว่าจะเอาไปอัดเป็นก้อน เลยลองตัดสินใจเอาเข้ามาเก็บที่บ้าน แล้วถ่ายรูปโพสต์ขายลง Facebook และเว็บไซต์ดูเชื่อมั้ยครับว่า ช่วงแรกเงียบสนิท! เพราะคนยังไม่รู้จักว่ามี "กล่องมือสองสภาพนางฟ้า" ขายอยู่ แต่พอผ่านไปสักระยะ ชื่อเสียงเริ่มบอกต่อ ลูกค้าเริ่มเห็นความคุ้มค่า จากเดิมที่ขายไม่ได้ กลายเป็น "ของไม่พอขาย" ในที่สุด ธุรกิจเล็กๆ นี้สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ผมอย่างไม่คาดคิด แม้ปัจจุบันผมจะไม่ได้ขายแล้วเพราะโรงงานเปลี่ยนรุ่นกล่องไป แต่บทเรียนนี้คือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ผมอยากส่งต่อคัมภีร์เริ่มธุรกิจกล่องมือสองสำหรับร้านรับซื้อของเก่าสำหรับใครที่เปิดร้านรับซื้อของเก่าอยู่ในเขตชุมชน หากอยากจะลองกระโดดเข้ามาทำตลาดนี้ ผมบอกเลยว่า "ไม่ยาก" อย่างที่คิดครับ เริ่มต้นด้วย 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:คัดแยกดาวเด่น: สังเกตว่ากล่องรุ่นไหนเข้ามาร้านเราบ่อยๆ เช่น ลังเบียร์ ลังขนมจากร้านโชห่วย หรือลังนม คัดเฉพาะรุ่นที่มีจำนวนเยอะและสภาพดีมาเก็บไว้การจัดการระดับมืออาชีพ: ใช้เชือกร้อยทำเป็นมัด มัดละ 10 ใบ เพื่อให้ง่ายต่อการนับและขนส่ง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "ที่เก็บ" ต้องแห้ง ป้องกันฝน และที่สำคัญคือ "ปลวก" ต้องระวังให้ดีครับสูตรการตั้งราคา: หลักการของผมคือ "ขาย 2 เท่าของราคาเศษ" ตัวอย่างเช่น ถ้ากล่อง 1 ใบหนัก 0.5 กก. และราคาเศษกระดาษอยู่ที่ 8 บาท/กก. ปกติคุณจะได้ 4 บาทจากการขายเศษ แต่ถ้าขายเป็นกล่องมือสอง ให้ตั้งที่ 8 บาท/ใบ ไปเลยครับ วิน-วิน ทั้งคนขายที่ได้กำไรเพิ่ม และคนซื้อที่ได้กล่องในราคาถูก"ตลาดนั้นกว้างใหญ่กว่าที่คุณคิด ลองโพสต์ขายในกลุ่ม Facebook ประจำจังหวัด หรือติดต่อร้านค้าออนไลน์ในพื้นที่ดูครับ ผมเชื่อว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงให้กับร้านรับซื้อของเก่าของคุณในยุคที่ทุกบาททุกสตางค์มีค่า"เมื่อวันที่ : 2026-02-09 10:38:45 |
||||||





