|
recyclechon.com=>
นานาสาระ ->
เตือนภัยอาชีพรับซื้อของเก่า รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร คู่มือเถ้าแก่ยุคใหม่ ให้ไกลคุก 5 ปี!
| |||||||
อื่นๆที่คล้ายกัน |
เตือนภัยอาชีพรับซื้อของเก่า รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร คู่มือเถ้าแก่ยุคใหม่ ให้ไกลคุก 5 ปี!
จำนวนผู้เข้าชม : 9978 คน
รายละเอียด
เตือนภัยอาชีพรับซื้อของเก่า รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร คู่มือเถ้าแก่ยุคใหม่ ให้ไกลคุก 5 ปี! ประเภท : นานาสาระ เตือนภัยอาชีพรับซื้อของเก่ารับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจรคู่มือเถ้าแก่ยุคใหม่ ให้ไกลคุก 5 ปี!เจาะลึกทุกแง่มุมของกฎหมาย "รับซื้อของโจร" ที่คนทำอาชีพรับซื้อของเก่าต้องรู้ จากประสบการณ์ตรงและการวิเคราะห์ทางกฎหมายเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจคุณ1. จุดเริ่มต้น: เนื้อคู่ที่เสี่ยงคุกจริงๆ แล้วผมมองว่ามันจะเป็นลักษณะ "เนื้อคู่" กัน คล้ายๆ กับกิ่งทองใบหยกครับ เพราะว่าอาชีพร้านรับซื้อของเก่าค่อนข้างที่จะ "สุ่มเสี่ยง" ในการเจอของที่ลักขโมยมาขาย ลองนึกภาพดูนะครับ ในแต่ละวันที่เราเปิดหน้าร้าน มีคนแปลกหน้าวนเวียนเข้ามาเอาของมาขายไม่ซ้ำหน้า บางคนมาแบบสุจริตจริงใจ บางคนมาพร้อมกับความเดือดร้อน แต่บางคน... มาพร้อมกับปัญหาใหญ่ที่อาจจะพาเราไปอยู่หลังพวงแก้มกำแพงคุกได้โดยไม่รู้ตัวอาชีพเรามันแปลกครับ ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี ยิ่งมีคนหาของมาขายเยอะ และในบรรดาของเหล่านั้น มันมักจะมี "ของโจร" ปะปนมาเสมอ คนลักเล็กขโมยน้อยมักจะมองว่าร้านของเก่าคือ "ตู้เอทีเอ็ม" ที่กดเงินออกมาได้ง่ายๆ แค่แบกเหล็กมาแผ่นหนึ่ง แบกถังแก๊สมาใบหนึ่งก็ได้เงินแล้ว แต่สำหรับเราเถ้าแก่เจ้าของร้าน มันคือการเดินบนเส้นด้ายครับ หากก้าวพลาดเพียงนิดเดียว จากเถ้าแก่ที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว อาจกลายเป็นจำเลยในคดีอาญาทันทีคำเตือนสำคัญ:การรับซื้อของโจรมีโทษอาญาเท่ากับการลักทรัพย์ หากคุณถูกจับได้ว่ารับซื้อของที่มาจากการกระทำความผิด คุณอาจต้องรับโทษหนักเทียบเท่าโจรคนนั้น!2. บทลงโทษ: ติดคุก 5 ปี ไม่ใช่เรื่องเล่นมาดูที่ข้อกฎหมายกันหน่อยครับ บทลงโทษของร้านรับซื้อของเก่าในการรับซื้อของโจรนั้น "การจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือว่าทั้งจำทั้งปรับ" จริงๆ แล้วผมมองว่าบทลงโทษนี้ค่อนข้างที่จะเยอะมากครับ มีโทษพอกับคนลักขโมยมาขายเลยครับเพื่อนๆ ลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าหากถูกจำคุก 5 ปี เราจะเสียอิสรภาพไปขนาดไหน? 5 ปีที่ไม่ได้ดูแลลูกเมีย 5 ปีที่ธุรกิจที่เราปั้นมาต้องล่มสลาย เพียงเพราะเราอยากได้กำไรเล็กๆ น้อยๆ จากของที่ดู "คุ้มค่า" เกินจริง เงินหมื่นเงินแสนที่หามาได้ทั้งชีวิต อาจไม่คุ้มกับการเสียเวลาในคุกแม้เพียงวันเดียว นี่คือความจริงที่เจ็บปวดที่ผมอยากให้เพื่อนๆ ตระหนักไว้เสมอเวลามีคนเอาของมาขาย "ราคาถูกผิดปกติ"3. การพิจารณาของศาล: เจตนาคือหัวใจเวลาเกิดเรื่องขึ้นมา ศาลเขาตัดสินอย่างไร? ศาลเขาไม่ได้ดูแค่ว่าของชิ้นนั้นเป็นของโจรหรือไม่ แต่เขาจะมองดูถึง "เจตนารมณ์" ของเราเป็นหลักครับ คำถามคือ เราซื้อโดยบริสุทธิ์ใจ หรือซื้อโดยรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นของขโมยมา? ศาลมีบรรทัดฐานสำคัญอยู่ 2-3 ข้อที่เพื่อนๆ ต้องท่องให้ขึ้นใจ:1. ราคาสินค้า (Price)เราจะต้องซื้อของเก่าที่อยู่ในราคาตลาด ถ้าซื้อต่ำกว่าราคาท้องตลาดมากๆ ให้เราสันนิษฐานไว้ก่อนเลยนะครับว่าเป็นของโจร เช่น "เฮียผมเอาถังแก๊สมาขาย ผมขายให้ถูกๆ เลย ตอนนี้เดือดร้อนเงิน ขอแค่ 500 บาทพอ" ถังแก๊สใหม่ราคาหลายพัน มาขาย 500 บาท มันผิดปกติอย่างยิ่ง ศาลจะมองทันทีว่าเรารู้อยู่แล้วแต่ยังแกล้งโง่เพื่อเอาของถูก2. เวลาการซื้อ (Timing)เวลาสำคัญมากครับ อย่าไปรับซื้อช่วงเวลากลางคืนหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว เพราะศาลจะมองว่าเรามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ คนดีๆ ที่ไหนเขาแบกเหล็ก แบกปั๊มน้ำมาขายตอนเที่ยงคืน? ถ้าซื้อในเวลากลางวันที่มีคนพลุกพล่าน ศาลจะถือว่าเราไม่มีเจตนาซ่อนเร้น แต่ถ้าแอบซื้อกันตอนดึกๆ ดื่นๆ เตรียมตัวไปให้การที่ศาลได้เลยครับ4. สินค้ายอดนิยม: ตัวล่อเป้าชั้นดีสินค้าที่ร้านรับซื้อของเก่ามักจะเจอและมีปัญหาบ่อยที่สุด ได้แก่:ถังแก๊ส, ปั๊มน้ำ, รถมอเตอร์ไซค์, เครื่องยนต์, และเครื่องมือช่าง (หินเจียร, เครื่องตัดไฟเบอร์) ของพวกนี้มูลค่ามันสูงและเป็นที่ต้องการในตลาดมือสองมากครับถังแก๊ส: ส่วนตัวผม "ไม่รับซื้อเลย" ตัดปัญหาจบครับ ใครมาเสนอขายถูกแค่ไหนก็ส่ายหน้า เพราะมันตรวจสอบยากว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง ยกเว้นจะเป็นร้านแก๊สที่เอามาขายเองซึ่งก็มีเอกสารชัดเจนซากมอเตอร์ไซค์/เครื่องยนต์: ถ้าเป็นซากมาต้องขอดูเอกสารสิทธิ์ทันที เช่น ทะเบียนรถ ใครมาบอกว่า "เฮียผมชำแหละเรียบร้อยแล้วเหลือแต่เศษเหล็ก" ผมไม่รับซื้อเลยนะครับ เพราะถ้าเลขเครื่องยังอยู่แล้วไปตรงกับรถที่แจ้งหาย เราก็โดนเต็มๆเครื่องมือช่าง: หินเจียรเอย เครื่องตัดไฟเบอร์เอย แนะนำว่า "ไปซื้อของใหม่เลยจะดีกว่า" ราคาไม่ได้แพงขนาดนั้น แต่ถ้าเรารับซื้อเข้ามาราคาถูกๆ เวลาจะเอามาใช้งานเองในร้านก็ไม่กล้าใช้ เพราะกลัวใจว่าวันดีคืนดีเจ้าของจริงเขาจะพาตำรวจมาเดินตรวจในร้าน5. ของหลวง: ห้ามแตะเด็ดขาดอันนี้คือ "ของต้องห้ามระดับสูงสุด" เลยครับ ได้แก่ ฝาท่อระบายน้ำ, ป้ายบอกทางตามข้างทาง, สายไฟหลวงอย่าไปรับซื้อของพวกนี้เด็ดขาด! ของหลวงนี่อันตรายมากครับ ในกรณีที่เราเผลอรับซื้อป้ายจราจรหรือฝาท่อเข้าไป แล้วมีการตรวจสอบขึ้นมา คุณจะอ้างว่า "คุณพี่ตำรวจครับ ผมไม่รู้เลยว่าเป็นป้าย" ตำรวจไม่มีทางเชื่อเราแน่นอนครับ!ทำไมเขาไม่เชื่อ? เพราะโดยอาชีพร้านรับซื้อของเก่าอย่างเรา เราคลุกคลีกับสินค้าเหล่านี้ทุกวัน เราต้องรู้ครับว่าอันไหนคือเศษเหล็กทั่วไป อันไหนคือทรัพย์สินราชการ การอ้างว่าไม่รู้คือการฟังไม่ขึ้นในชั้นศาล และทางตำรวจจะทำการส่งฟ้องศาลสถานเดียว ไม่มีจบที่โรงพักแน่นอน6. วิธีป้องกันตัว: คาถาเถ้าแก่หน้าใหม่เพื่อไม่ให้เกิดกรณีรับซื้อของโจร และเพื่อรักษาอาชีพที่เรารักให้ยั่งยืน ผมมีคำแนะนำมาฝากเพื่อนๆ ดังนี้ครับ:1จดทะเบียนให้ถูกต้องต้องไปขออนุญาตเปิดร้านรับซื้อของเก่าให้เรียบร้อย ค่าธรรมเนียมปีละ 5,000 บาท (หรือตามกฎหมายกำหนดในพื้นที่นั้นๆ) เวลาเกิดเรื่อง ใบอนุญาตคือด่านแรกที่ตำรวจจะขอดู ถ้าไม่มีใบอนุญาต คุณจะเสียเปรียบทางกฎหมายทันที2เอกสารบัตรประชาชนคือยันต์กันผีทุกครั้งที่มีคนเอาของมีค่า (ไม่ใช่แค่เศษขยะ) มาขาย ต้องขอบัตรประชาชนมาถ่ายเอกสารไว้ และให้เขาเซ็นรับรองกำกับว่าเอาอะไรมาขาย ถ้าเขาไม่ให้ บอกเลยว่า "ไม่ซื้อ" ตัดปัญหาไปเลยครับ ใครบริสุทธิ์ใจเขาต้องให้เราได้3หักห้ามใจเรื่อง "ของถูกตอนกลางคืน"แนะนำเพื่อนๆ เถ้าแก่หน้าใหม่ที่อยากได้ของ อยากได้กำไร แต่อย่าไปรับของช่วงกลางคืนครับ มัน "ไม่คุ้มเสีย" ได้กำไรไม่กี่ร้อย แต่ต้องมานั่งเครียดเรื่องคดีความเป็นปีๆ ไม่สนุกเลยครับ4เน้นรับซื้อ "เศษสแคป" (Scrap)เน้นที่ขวด กระดาษ พลาสติก เศษเหล็กย่อยๆ พวกที่เป็นเศษของเสียหายจริงๆ ของพวกนี้เราสามารถรับซื้อได้สบายใจ เพราะมันไม่มีมูลค่าในตัวมันเองเหมือนสินค้าสำเร็จรูปหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจและผู้ดำเนินกิจการร้านรับซื้อของเก่าทุกท่านนะครับ ทำธุรกิจด้วยความระมัดระวัง สุจริต และปลอดภัยจากคดีความครับ ขอบคุณมากครับเมื่อวันที่ : 2026-02-13 13:13:31 |
||||||




