recyclechon.com=> นานาสาระ -> ซาเล้งรับซื้อของเก่า รถเร่รับซื้อของเก่า กำไรงาม: ขุมทรัพย์ที่ถูกลืมในกองขยะ


ซาเล้งรับซื้อของเก่า รถเร่รับซื้อของเก่า กำไรงาม: ขุมทรัพย์ที่ถูกลืมในกองขยะ

FaceBook Twitter
จำนวนผู้เข้าชม : 7177 คน

     ซาเล้งรับซื้อของเก่า รถเร่รับซื้อของเก่า กำไรงาม: ขุมทรัพย์ที่ถูกลืมในกองขยะ


รายละเอียด

ซาเล้งรับซื้อของเก่า รถเร่รับซื้อของเก่า กำไรงาม: ขุมทรัพย์ที่ถูกลืมในกองขยะ

ประเภท : นานาสาระ

                          ซาเล้งรับซื้อของเก่า รถเร่รับซื้อของเก่า กำไรงาม: ขุมทรัพย์ที่ถูกลืมในกองขยะ

 

หากจะพูดถึงอาชีพที่เห็นได้ทั่วไปตามหมู่บ้านหรือชุมชน หลายคนคงนึกถึงรถกระบะเก่าๆ ที่ติดลำโพงประกาศเสียงก้องกังวานว่า "รับซื้อของเก่าครับ... แอร์เก่า ตู้เย็นเก่า เครื่องซักผ้าเก่า..." บ้างก็มาในรูปแบบของ "ซาเล้ง" สามล้อถีบหรือมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่ค่อยๆ ขับผ่านหน้าบ้านเราไป อาชีพที่ดูเหมือนจะเปื้อนฝุ่นและคลุกคลีอยู่กับกองขยะนี้ แท้จริงแล้วมันคือขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งผมเพิ่งจะได้เห็นภาพชัดเจนเมื่อช่วงวันสงกรานต์ปี 2564 ที่ผ่านมา

 

ความทรงจำสีจาง: เมื่อราคากระดาษเหลือเพียง 2 บาท

ย้อนกลับไปช่วงปี 2562 หลายคนอาจจำได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของวงการรีไซเคิล ราคาของเก่าดิ่งเหวอย่างน่าใจหาย ผมจำได้แม่นว่าเศษกระดาษลังที่เคยขายได้ราคาดี กลับเหลือเพียงกิโลกรัมละ 2 บาทเท่านั้น หลายบ้านถึงกับถอนหายใจและเลือกที่จะเผาทิ้งหรือโยนลงถังขยะเทศบาลไปเลย เพราะการเก็บรวมรวมกระดาษเป็นสิบๆ กิโลเพื่อแลกกับเงินไม่กี่สิบบาทมันดูจะไม่คุ้มค่าเหนื่อย

 

ตอนนั้นเหล็กราคาอยู่ที่ประมาณ 7 บาทต่อกิโลกรัม พี่ๆ ที่ทำอาชีพซาเล้งหลายรายถึงกับต้องถอดใจและเลิกทำไปหาอาชีพอื่นเลี้ยงชีพแทน เพราะรายได้ไม่พอกับค่าแรงและค่ากินอยู่ แต่อย่างที่เขาว่ากันว่า "ในวิกฤตย่อมมีโอกาส" เสมอ เมื่อกาลเวลาผ่านไป และโลกเริ่มกลับมาหมุนอีกครั้ง ราคาของเก่าก็เริ่มขยับตัวขึ้นตามกลไกตลาดโลก

 

จุดเปลี่ยนที่บ้านแฟน

ช่วงวันสงกรานต์ปี 2564 ผมไปมีโอกาสไปบ้านแฟนต่างจังหวัด ก็เห็นบ้านฝั่งตรงข้ามทำเป็นรถเร่รับซื้อของเก่า... เห็นเขาคัดแยกขวดเบียร์ พลาสติก และกระดาษลัง กองเป็นพะเนิน แต่ใบหน้าของพวกเขากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

 

เจาะลึกโมเดลธุรกิจ: กำไร 100% มีอยู่จริง?

ผมมีโอกาสได้เข้าไปนั่งคุยกับ "น้อง" เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามบ้านแฟนที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกของเก่า น้องเล่าให้ฟังว่า จริงๆ แล้วเขามีงานประจำทำอยู่ แต่ช่วงเวลาว่างหรือวันหยุด เขาจะนำรถกระบะคู่ใจออกตระเวนรับซื้อของเก่าตามหมู่บ้านและแหล่งชุมชนรอบๆ พื้นที่

 

ตัวเลขที่ทำเอาผมตาโตคือ "ต้นทุนและการทำกำไร"

1. เงินทุนหมุนเวียน: ในแต่ละวันที่ออกไป น้องจะเตรียมเงินสดไว้ประมาณ 1,400 - 2,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ไม่เกิน 1,500 บาทก็เต็มรถแล้ว

2. กำไรมหาศาล: เมื่อนำของที่รับซื้อมาคัดแยกและนำไปขายต่อให้ร้านรับซื้อของเก่ารายใหญ่ (โรงอัด) กำไรที่ได้มักจะเท่ากับ 100% ของทุนที่จ่ายไป เช่น ลงทุนซื้อมา 1,400 บาท เมื่อขายจะได้เงินกลับมาประมาณ 2,600 - 2,800 บาท

3. ค่าใช้จ่ายแฝง: ค่าน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 300 - 400 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับระยะทาง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นวิ่งวนในรัศมีใกล้ๆ ที่คุ้นเคย

 

เทคนิคการ "คัดแยก" คือหัวใจของการเพิ่มมูลค่า

น้องสอนผมว่า การซื้อมาแล้วขายไปแบบ "รวมๆ" คือความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของผู้เริ่มต้น หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรพุ่งปรี๊ดคือการคัดแยกประเภทสินค้าอย่างละเอียด:

- ขวดเบียร์/ขวดแก้ว: คัดแยกเข้าลังเพิ่มมูลค่าได้ดีกว่าขายเป็นเศษแก้วรวม

- กระดาษลัง (OCC): ราคาสูงขึ้นจากช่วงตกต่ำปี 62 ที่เคยเหลือเพียง 2 บาท

- เหล็กหนา/เหล็กรวม: สินค้าหลักที่น้ำหนักเยอะและทำเงินได้สม่ำเสมอ

- พลาสติกใส (PET): ขวดน้ำใสต้องลอกฉลากและคัดแยกฝาเพื่อราคาที่ดีที่สุด

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ "ขวดเบียร์และขวดเหล้า" หากเราซื้อมาแบบเป็นกองเศษแก้ว ราคาจะต่ำมาก แต่ถ้านำมาคัดแยกใส่ลงลัง (ลังเบียร์เปล่า) ให้เรียบร้อย ร้านรับซื้อจะให้ราคาเป็น "ขวดลัง" ซึ่งสูงกว่าเศษแก้วรวมหลายเท่าตัว นี่คือจุดที่คนขยันจะได้เปรียบ เพราะมันคือการเปลี่ยน "แรงกาย" ให้กลายเป็น "ส่วนต่างกำไร"

 

เทศกาล: ช่วงเวลาเก็บเกี่ยวทองคำ

ช่วงสงกรานต์หรือปีใหม่ คือ "ฤดูกาลล่าทอง" ของรถเร่รับซื้อของเก่า เพราะเป็นช่วงที่ผู้คนกลับบ้าน มีการเลี้ยงฉลอง ของเก่าจำพวกขวดแก้วและกระป๋องอลูมิเนียมจะพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ น้องบอกว่าช่วงนี้ต้องออกรถแต่เช้า เพราะของมีเยอะจนเก็บไม่ทันกันเลยทีเดียว บางวันอาจต้องวิ่งส่งของถึง 2-3 รอบ

 

คำแนะนำสำหรับมือใหม่ช่วงโควิด

สำหรับเพื่อนๆ ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจหรือว่างงาน อาชีพนี้คือทางเลือกที่น่าสนใจมากครับ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องสุขอนามัยเป็นพิเศษ สวมแมสก์ ล้างมือบ่อยๆ และหมั่นทำความสะอาดรถหลังจากเสร็จงาน หรือจะรอให้สถานการณ์การระบาดคลี่คลายลงก่อนค่อยเริ่มก็ยังไม่สายครับ

 

บทสรุป: ความขยันไม่มีวันอดตาย

บทเรียนที่ผมได้จากการนั่งคุยกับน้องในวันนั้นคือ "ไม่มีอาชีพไหนที่ต้อยต่ำ หากเราทำมันด้วยความตั้งใจและมีความรู้จริง" รถเร่รับซื้อของเก่าไม่ใช่แค่การขี่รถไปรับขยะ แต่มันคือธุรกิจโลจิสติกส์และการบริหารจัดการทรัพยากรขนาดย่อมที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

 

ขอให้ทุกท่านที่กำลังมองหาโอกาส มีพลังใจที่เข้มแข็ง และมองเห็น "ขุมทรัพย์" ที่อยู่รอบตัวเราเหมือนกับที่น้องคนนี้มองเห็นนะครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีและร่ำรวยจากความขยันครับ!



  เมื่อวันที่ : 2026-02-10 14:45:24


โทร : 083-447-5799 คุณนพดล , 085-900-5698 คุณณัฐณิชา
คลิกที่นี่เพื่อดูวิธีการชำระเงิน