recyclechon.com=> นานาสาระ


นานาสาระ

ของเก่าตัวไหน น่าเก็งกำไรในปี 2565

ของเก่าตัวไหน น่าเก็งกำไรในปี 2565


ของเก่าตัวไหน น่าเก็งกำไรในปี 2565

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

 ของเก่าตัวไหน น่าเก็งกำไรในปี 2565

  บทความนี้เขียนขึ้น  สิ้นปี 2564 เป็นบทวิเคราะห์สถานการณ์ ราคาเศษวัสดุเหลือใช้ ราคาของเก่า ว่าสินค้ารีไซเคิลตัวไหน ชนิดไหนน่าเก็งราคา ท่านผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการรับฟัง ท่านอาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้

  ราคาเศษวัสดุเหลือใช้ ราคาของเก่าต่างๆในปี 2564 นั้นเราจะไม่พูดถึงกันแล้วเพราะจะสิ้นปีแล้ว 5555 
ก็จะพูดถึงของเก่า ราคาของเก่า ราคาเศาวัสดุเหลือใช้ในปี 2565 ที่จะมาถึงว่าสินค้าตัวไหนน่าเล่น น่าเก็งกำไร  ตำตอบคือกระดาษลัง กับกระดาษขาวดำครับ 
ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องของกระดาษลังกระดาษขางดำกันเรามาดูราคาของเก่าตัวต่างๆกันก่อน

  • ทองแดง ปัจจุบันราคาทองแดงปอกราคาจะอยูที่ประมาณ 300 กว่าบาท ส่วนทองแดงเล็กจะอยูที่ราคา 270 กว่าบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาทองแดงปอกจะยืนราคาอยู่ที่ประมาณ200-220 บาทต่อกิโลกรัม ยืนราคานี้เป็นเวลาหลายปี แต่มาปีนี้ราคาปรับขึ้นสูงมากจนถึง 300 กว่าบาทผมมองว่าราคาทองแดงสูงขึ้นเกินราคามาตราฐานเยอะ จึงมองว่าทองแดงไม่ช่ตัวเลือกที่จะเก็งกำไร ยิ่งถ้าเพื่อนๆเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่นั้น ยิ่งไม่น่าจะสต๊อกเยอะๆ พอได้ทองแดงมาประมาณ 100 กิโลกรัมก็ขายออกได้เลย และยิ่งราคาทองแดงสวิงตัวสูงยิ่งไม่น่าเก็บ ซื้อเข้าขายออกทำกำไรระยะสั้นพอ

  • ทองเหลือง ราคาทองเหลืองล่าสุดจะอยู่ที่ 190 บาทต่อกิโลกรัม ผมมองว่าทองเหลืองก็ราคาสูงอีกเช่นกัน ราคามาตราฐานก่อนหน้านี้จะอยูที่ 115-130 บาทต่อกิโลกรัม ผมมองเช่นเดียวกับทองแดงก็คือ ซื้อเข้า ขายออกเลยจะดีที่สุดไม่ต้องมาเก็งราคา เพราะโอกาสที่ทองเหลืองจะขึ้นอีกผมมองว่ายากครับ 

  • สแตนเลส ราคาปัจจุบันจะอยู่ที่ราคา 65 บาทต่อกก. ผมว่าราคาก็สูงอยู่ดีถ้าเทียบกับราคามาตราฐานก่อนหน้านี้คือ40-48 บาทต่อกก. สรุปคือไม่น่าเก็งกำไรซื้อเข้าขายออกพอครับ อาศัยกระแสเงินสดหมุนเร็วเอาครับไม่ต้องมาเสี่ยง

  • ในกลุ่มของเศษเหล็กก็เช่นเดียวกันราคาปรับสูงจากเมื่อ 2-3ปีก่อนราคาอยู่ที่8-10 บาทต่อกก.แต่วันนี้ราคาจะอยู่ที่ 15 บาท/กก.ในกลุ่มของเหล็กหนาพิเศษ ผมมองว่าราคาสูงเกินไปไม่น่าเก็งกๆไรอีกเช่นเดียวกัน

  • กระดาษลังกระดาษขาว ดำราคากระดาษลังปัจจุบันจะอยู่ที่ 4.7 บาท/กก.ส่วนราคากระดาษลังนั้นราคาที่มาตราฐานจะอยู่ที่ 5-6บาท/กก.ราคนี้จะยืนพื้นมาหลายปี จนเมื่อสองปีก่อนราคา ตกเยอะมากเพราะเศษกระดาษต่างประเทศทะลักเข้ามา จนบ้านเราออกกฎหมายควบคุมราคาก็อยู่ที่ 7 บาทซึ่งถือว่าแพงมาก จนวันนี้ราคาอยู่ที่ 4.7 บาท/กก. ผมมองว่าน่าจะเก็งกำไรมาก เพราะมีช่องว่าง มีส่วนต่างให้ทำกำไร  แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องอัคคีภัยใหดีเพราะช่วงนี้อากาศแห้ง ลมแรง 

  • ส่วนพาสติกผมขออนุญาตไม่กล่าวถึง เพราะไม่ถนัด และไม่ได้ทำในกลุ่มนี้

ในปี 2565 นี้ก็ขอให้เพื่อนๆร้านรับซื้อของเก่าหลายท่านโชคดี มีความสุขมาก เดินทางไปหาญาติพี่น้อง เดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย มีความสุขครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-12-29 11:25:07




อุปกรณ์ชุดตัดเหล็ก 1 ชุดจะประกอบด้วยอะไรบ้าง

อุปกรณ์ชุดตัดเหล็ก 1 ชุดจะประกอบด้วยอะไรบ้าง


อุปกรณ์ชุดตัดเหล็ก 1 ชุดจะประกอบด้วยอะไรบ้าง

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

  ในร้านรับซื้อของเก่า นั้นก็จะมีเครื่องมือที่จำเป็นอยู่หลายๆตัว เช่น ตาชั่ง รถกะบะขนถ่าย ชุดประแจ หรือแม้กระทั่งชุดตัดเหล็กแบบแก๊ส ซึ่งชุดตัดเหล็กแบบแก๊สนี้ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากเพราะจะต้องใช้ตัดย่อยเศษเหล็กให้เหลือชิ้นเล็กลง เพื่อนำเศษเหล็กไปส่งให้กับทางเตาหลอม หรือส่งเศษเหล็กให้กับทางยี่ปั๊วรายใหญ่ เพราะว่าหากไม่ทำการตัดย่อยเศษเหล็ก ทางเตาหลอมเหล็กก็จะไม่รับเศษเหล็กเพราะเนื่องจากเศษเหล็กจะใหญ่เกินเตาหลอม

   ก็เป็นจังหวะที่เศษเหล็กทางร้านรับซื้อของเก่าของผมเข้ามาจำนวนเยอะ และประจวบจังหวะชุดหัวตัดแก๊สของเดิมเสียพอดี ทางลูกน้องก็แจ้งว่าอยากได้ชุดหัวตัดแก๊สใหม่ ของเดิมเสียใช้ไม่ได้แล้ว ก็เลยเอามาเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆได้เป็นข้อมูลกัน  ชุดหัวตัดแก๊สที่ใช้ในร้านรับซื้อของเก่านั้นก็จะเป็นชุดเกรดธรรมดา ราคาอยู่ที่ 1350 บาท 
   อุปกรณ์ 1 ชุดนั้นประกอบไปด้วย

  1. ชุดด้ามตัดเหล็ก ก็จะเป็นชุดตัดเหล็กยาวทั้งด้าม ยาวประมาณ 45 ซม. มีตัววาล์วปรับลมปรับแก๊สอยู่ด้านล่าง มีด้ามสำหรับเร่งไฟในการตัดเหล็ก และบริเวณด้านปลายด้ามตัดเหล็กก็จะมีน็อตทองเหลือง 1 ตัวสำหรับ ล็อคชุดนมหนูหัวตัดเหล็ก

  2. อุปกรณ์ที่ใช้ต่อชุดตัดเหล็ก ก็จะมีหางปลา 2 ตัว หางปลา 2 ตัวนี้จะใส่ไม่เหมือนกัน  มี 1 ตัวที่มีขีดอยู่ตรงกลาง ตัวนั้นจะใช้ต่อกับสายแก๊ส และเข้าตรงด้ามหัวตัดที่เขียน  AC/GAS จะเป็นเกลียวหมุนทางซ้าย และอีกตัวจะไม่มีขีด จะเข้าด้ามตัดที่เขียนว่า OX เกลียวจะหมุนทางขวามือ และที่เหลือก็จะเป็นนมหนูที่แถมมาให้ จะมีเบอร์ 0/1/2 จะแถมมาให้ทั้งหมด 3 ตัว

  3. เป็นอุปกรณ์ที่ใช้กับการตัดกลม จะมีขาติดล้อ หมุด แขนสำหรับปรับระยะการตัดกลม เพื่อนก็ลองเอาไปเล่นกันดูครับ แรกๆไม่เคยใช้ก็จะงงกันหน่อย 

อุปกรณ์หลักก็จะประมาณนี้ เวลาใช้ก็ใช้คู่กับถังลมหรือถังอ๊อกซิเจน สายลม เและวาล์วปรับแรงดันลม แรงดันแก๊ส ข้อควรระมัดระวังในการใช้งานคือ ควรใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตราฐาน ถังลมต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ สายลมต้องไม่หมดอายุ เพราะถ้าหมดอายุสายจะแตกง่ายมาก ห้ามใช้จารบี นำมันทาบริเวณเกลียวลมเกลียวแก๊ส เพราะจะเป็นสาเหตุุของการระเบิดได้ ระมัดระวังถังลมล้ม
   ก็หวังว่าเพื่อนจะใช้ชุดตัดเหล็กอย่างปลอดภัย และที่สำคํญระวังไฟ จากการตัดเหล็กในร้านรับซื้อของเก่าของเราด้วยนะครับ



   




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-12-16 09:18:25




พามาชมการตัดเครื่องจักร

พามาชมการตัดเครื่องจักร


พามาชมการตัดเครื่องจักร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

 เครื่องจักรเก่าที่ได้มาก็เป็นเครื่องทอผ้าเก่า จากข้อมูลที่ได้จากลูกค้าคือ เป็นเครื่องทอผ้ามือสอง โรงงานแจ้งว่าทีแรกตั้งใจว่าจะซื้อทอผ้า แต่เนื่องจากติดปัญหาเรื่องสถานที่ และเจอสถานการณ์โรคติดต่อโควิท 19 ทางโรงงานเลยไม่ได้ใช้เครื่องทอผ้า เลยต้องการขายออกโดยการเหมารวม ทางบริษัทรีไซเคิลชลก็ไปประมูลเหมา ซื้อเครื่องจักรเก่ามาได้ เรามาดูกันว่าหลังจากที่รับซื้อเครื่องจักรเก่ามาจะต้องทำอย่างไร
  หลังจากที่รับซื้อเครื่องจักรเก่า เข้ามาที่ร้าน ก็จะมีกระบวนการต่อไปสำหรับ เคลียร์เครื่องจักรเก่าเหล่านี้ จะมีวิธีการเคลียร์ 2 อย่างคือ
  1. การขายเป็นเครื่องจักรมือสอง ให้กับโรงงานทอผ้าหรือจะเป็นร้านที่ซื้อขายเครื่องจักรเก่า ซึ่งการขายเครื่องจักรเก่าเหล่านี้คือ จะได้กำไรดี ง่าย และจบในเวลาอันรวดเร็ว แต่เนื่องจากทางร้านรับซื้อของเก่าของเรา ไม่สามารถหาผู้รับซื้อเครื่องจักรเก่าเหล่านี้ได้ และไม่มีพ่อค้าเครื่องจักรมือสองสนใจทางร้านรับซื้อของเก่าของเราก็เลยต้องใช้การเคลียร์เครื่องจักรอีกวิธีคือการตัดส่งเข้าเตาหลอม
  2. การตัดเครื่องจักรเก่าเอาเศษเหล็กส่งเข้าเตาหลอม ก็เป็นอีกวิธีที่ร้านรับซื้อของเก่านิยมทำกัน กรณีเครื่องจักรเก่าเหล่านี้ไม่สามารถขายได้ เพราะจะรวดเร็วไม่แพ้ขายเครื่องจักรเก่าเป็นตัว แต่จะต้องใช้คนงานตัดเหล็ก และใช้ลมใช้แก๊สพอสมควร
ส่วนทางร้านรับซื้อของเก่าผมนั้นจะใช้วิธีการตัดเครื่องจักรเก่า ซึ่งจากที่ดูเครื่องจักรเก่าด้วยสายตาก็จะตัดไม่ยาก โดยจะแบ่งเป็นการตัดเป็นส่วนๆไป
  1. ทางร้านรับซื้อของเก่าเราจะให้ลูกน้องตัดเอาพลาสติก ยางเอาออกก่อนเพราะวัสดุเหล่านี้เป็เชื้อเพลิงอย่างดีหากตัดไปโดนก็จะเกิดไฟลุกลาม ผมก็จะให้ลูกน้องตัดออกไปก่อน
  2. ตัดในส่วนของเครื่องจักรชุดบน  ในส่วนของเครื่องจักรชุดบนก็จะไม่มีอะไรมาก จะใช้น็อตจับ 4 ตัว ตัดหัวน็อตออกก็ใช้โฟล์คลิฟตักออก เพื่อตัดเหล็กออกได้ง่ายๆ ไม่ต้องกลัวเวลาตัดเศษเหล็ก และเศษเหล็กร่วงใส่คนตัดเหล็ก
  3. ตัดชุดRoller สแตนเลสและเหล็กเพื่อให้เหลือโครงเหล็กด้านข้าง สะดวกในการทำงาน
  4. ตัดอุปกรณ์สำคัญๆออก เช่นมอเตอร์ ทองเหลืองต่าง เพื่อเอาไว้แกะ แยกทองแดง ทองเหลือง
  5. ตัดส่วนของด้านข้าง เนื่องจากด้านข้างเครื่องจักรมีขนาดใหญ่ จะต้องตัดให้ชิ้นเล็ก โดยตัดชุดน็อตที่จับออก ก็จะสามารถแยกเป็นชิ้นเล็กได้  และนำไปส่งได้
หลักๆการตัดเครื่องจักรเก่า ก็จะประมาณนี้ผมก็ได้เขียนบทความให้เพื่อนๆอ่านเป็นข้อมูล ขอบคุณครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-12-10 10:29:07




พาไป ประมูล ซื้อ เหมา เครื่องจักรเก่า โรงงาน

พาไป ประมูล ซื้อ เหมา เครื่องจักรเก่า โรงงาน


พาไป ประมูล ซื้อ เหมา เครื่องจักรเก่า โรงงาน

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   ในอาชีพ รับซื้อของเก่า  รีไซเคิล หรือจะเปิดร้านรับซื้อของเก่านั่น ย่อมมีสินค้าหลากหลายเข้ามาให้ซื้อกันแต่ละวัน เพราะของเก่านั้น มีกว้างหลายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ ตู้เตียง เก้าอี้ รถยนต์ เศษเหล็ก ขวด กระดาษ ทองแดง ทองเหลือง สแตนเลสและอื่นๆอีกมากมาย ในวันนี้ก็จะพูดถึงเครื่องจักรเก่า ซึ่งเป็นเป็นสินค้าอีกประเภทนึง ที่อยู่ในกลุ่มเศษเหล็ก
    ผมจะเล่าให้เพื่อนๆฟังเกี่ยวกับ การซื้อเครื่องจักร ประมูลเครื่องจักร ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2564 ทาง FC ผมจาก Youtube ได้โทรติดต่อสอบถามขอความรู้เกี่ยวกับการประมูลเครื่องจักร การซื้อเครื่องจักร การตีราคาเครื่องจักร ว่าจะต้องเสนอราคาอย่างไร ผมก็อธิบายว่า การรับซื้อเครื่องจักรนั้นจะมี
    การเสนอราคาเครื่องจักรอยู่ 2 วิธี 

  1. การเสนอราคาแบบเหมารวม โดยผู้ซื้อจะต้องคาดคะเนน้ำหนักของเครื่องจักรเก่าที่จะได้ ว่าจะได้น้ำหนักประมาณเท่าไหร่ และมาคูณด้วยราคาซื้อ และต้องคิดค่าใช้จ่ายในการจ้างรถยก รถเครนมาทำการยก จ้างรถเทรนเลอร์ ในการขนย้าย ซึ่งผู้เสนอราคาเครื่องจักรประเภทนี้จะต้องมีความชำนาญ และมีประสบการณ์สูงจึงเสนอราคาได้แม่นยำ หลายๆครั้งที่ได้กำไรท่วมท้น และหลายๆครั้งอีกเช่นกันที่ขาดทุนย่อยยับ ดังนั้นหากคนซื้อเครื่องจักร ขาดประสบการณ์ในการตีราคาเครื่องจักร โอกาสที่จะขาดทุนหรือจะไม่ได้งานเป็นไปได้สูงมาก

  2. การซื้อเครื่องจักรแบบเป็นกิโลกรัม ทางผู้ที่เสนอราคาจะต้องตีราคาเป็นเศษเหล็ก รับซื้อถูกกว่าเศษเหล็ก เพราะจะต้องมีค่าบริหารจัดการ  ค่ารถยก ค่ารถขนย้าย ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นจะไม่แตกต่างจากการซื้อเหมาเครื่องจักรเท่าไหร่ แต่จะไม่ต้องแบกรับภาระความเสี่ยงอันเกิดจาก ตีราคาผิด เพราะเราชั่งน้ำหนักเครื่องจักรในการซื้ออยู่แล้ว 

    เมื่อได้คุยกับทางคุณชัยวุฒิ เขาก็บอกว่าเขาไม่มีทักษะในการตีราคาเหมา ต้องการซื้อเป็นกิโลกรัมมากกว่า เพราะกลัวตีราคา เสนอราคาเครื่องจักรเก่าผิด แต่าทางเจ้าของเครื่องจักรเก่า บอกราคา 15 บาท/กก. (ซึ่งในวันที่คุยกันราคาเศษเหล็กจะอยู่ประมาณ 16.2 บาท/กก.) ซึ่งผมมองว่าถ้าราคา ที่ทางเจ้าของเครื่องจักรเก่าเสนอราคามาให้นั้น ซื้อไม่ได้แน่นอน ทำยังไงก็ขาดทุนก่อนซื้อเครื่องจักรเก่าแน่นอน   ทางคุณชัยวุฒิก็ถามผมว่าพี่สนใจเครื่องจักรเก่าไหม ผมก็บอกว่าสนใจครับว่งรูปมาให้ดูหน่อย ในขณะนั้นผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ซื้อเครื่องเก่าอะไรหรอก เพียงแต่ไม่อยากเสียโอกาสที่เข้ามาเพราะหากปฏิเสธไปก็ไม่ได้งานแน่นอน แต่หากลองเข้าไปดูเคร่องจักรเก่า เข่้ไปเสนอราคาอาจมีโอกาสได้ซื้อมาทำงาน
     หลังจากที่ได้ดูรูปภาพเครื่องจักรเก่าที่ส่งมาให้  คิดในใจว่าน่าสนใจดี จากรูปมองดูว่าจะเป็นเครื่องจักรเก่าเกี่ยวกับการทอผ้า มีขนาดของเครื่องจักรใหญ่ มีอยู่ 28 ตัว ผมก็เลยบอกว่า สนใจครับถ้านัดวันเข้าไปดูเครื่องจักรเก่า สะดวกไหม ทางคุญชัยวุฒิก็ตอบว่าโอเคร ผมก็เลยนัดวันเข้าไปดูเครื่องจักรเก่าเป็นวันจันทร์  ก่อนที่จะเข้าไปดูทางคุณชัยวุฒิถามผมว่า มีค่าส่วนต่างไหมเพราะจะมีคนนำพาอยู่ 3 คน ผมก็ตอบว่ามีครับ (ซึ่งอันที่จริงการรับซื้อของเก่า การประมูลเครื่องจักร หากมีการขอค่าส่วนต่างนั้นผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะจะเป็นช่องทางในการเพิ่มงานรับซื้อของเก่าให้กับเรา ไม่ต่างอะไรกับนายหน้าที่ดิน แต่ต้องตกลงกันให้เรียบร้อย )
     เมื่อเข้าไปดูเครื่องจักรเก่า ก็จะเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนี้ได้ปิดกิจการ แต่จะมีบางส่วนที่มาเช่าพื้นที่ทำงาน จากข้อมูลที่คุยกับทางคนขายได้ทราบข้อมูลว่า เครื่องจักรเก่าเหล่านี้ มีทั้งหมด 28 ตัว เป็นเครื่องจักรเก่าตัวใหญ่ 24 ตัว และเป็นเครื่องจักรเก่าขนาดเล็ก 4 ตัว เวลาขนย้าย รถเทรนเลอร์ 1 คันขนย้ายได้ 8 ตัว ( ก่อนที่จะมาดูเครื่องจักรเก่าผมได้เช็คค่าขนส่งของรถเทรนเลอร์ ได้บอกตำแหน่งไปรับและมาส่ง ได้ข้อมูลว่า 1 เที่ยวค่าช้จ่าย 4000 บาท และรถโฟล์คลิฟสำหรับการขนย้ายเครื่องจักรเก่าอยู่ที่ 5000 บาท ข้อมูลเหล่านี้เราจะต้องเอามาคิดเป็นค่าใช้จ่ายด้วย) 

            

      หลังจากที่ได้ดูเครื่องจักรเก่า ก็เริ่มมีความคิดว่าหากเราเสนอราคาซื้อเครื่องจักรเก่า ราคา 15 บาท/กก. ยังไงก็ขาดทุนแน่นอน เราต้องตีราคาซื้อเครื่องจักรเก่า ในราคาเหมาถึงจะซื้อเครื่องจักรเก่าได้  ผมก็เริ่มทำการสำรวจเครื่องจักรเก่า จากที่วัดขนาดเคร่องจักร กว้าง170 ซม. ยาว 300 ซม. สูง 200 ซม. บรริเวณด้านบนของเครื่องจักรเก่าจะเป็นเหล็กบีม หน้า  6 นิ้วจำนวน2 ตัว ยาว 280 ซม. และมีหัวเครื่องทอผ้าอยู่ จาหทีประเมินน้ำหนักของหัวเครื่องทอผ้าได้ประมาณ 600 กก.ส่วนด้านล่างของเคร่ื่องจักรเก่า 2 ฝั่ง จะมีชุดเฟือง มอเตอร์ขับและปั๊มน้ำเคร่องทอผ้าซึ่งเป็นทองเหลือง บริเวณกลางของเครื่องจะมีเพลาส่งผ้า ซึ่งจะมีทั้งที่เป็นสแตนเลสและเหล็ก จากที่ดูด้วยสายตาน้ำหนักประมาณ 2700 กิโลกรัม 
หักค่าใช้จ่าย ค่าส่วนต่างเหลือ 2500 กิโลกรัม เมื่อได้ตัวเลขน้ำหนักเครื่องจักรเก่าก็ตีออกมาเป็นกิโลกรัมในราคาที่เราซื้อได้ ก็เสนอราคาไป ทางคนขายเครื่องจักรเก่าก็โทรหาเจ้าของเครื่องจักรเก่าอีกที และบอกราคาไป ผ่านระยะเวลา 15 นาทีก็ได้ผลว่าราคาที่เสนอราคาเครื่องจักรเก่านั้นผ่าน ลูกค้ายอมขายเครื่องจักรเก่าให้ แต่ต้องวางเงินมัดจำล่วงหน้า 20 %และการขายจะต้องมีภาษี ซึ่งเรื่องนี้ผมตกลง

       ในวันที่ไปรับเครื่องจักรเก่า ก็ได้เตรียมรถเทรนเลอร์สำหรับขนย้ายเครื่องจักรเก่า 3 คัน คันละ8 ตัว ส่วนที่เหลือใส่รถ 6 ล้อและ 10 ล้อ ก็หมด และใช้โฟล์คลิฟ 5 ตันจำนวน 1 คันในการตักเครื่องจักรเก่าขึ้น และในการตักเครื่องจักรเก่าลง เพราะระยะทางอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่พอเข้าหน้างานจริง แผนเดิมที่คิดไว้คือขึ้นเครื่องจักร 8 ตัว ต้องลดเครื่องจักรเก่าลงมาให้เหลือ 7ตัว เพราะถ้าขึ้นเครื่องจักรเก่าจำนวน 8 ตัวเครื่องจักรเก่าจะโผล่ข้างรถมาประมาณ 1ฟุต ซึ่งคนขับรถไม่ยอม ก็เลยต้องใส่เครื่องจักรเก่า 7 ตัว และสั่งรถเทรนเลอร์เพิ่ม 1 คัน
     เมื่อขึ้นเครื่องจักรเก่าเสร็จ ก็มาลงที่ทางร้านรับซื้อของเก่าผม ก็ทยอยลงเครื่องจักรเก่า เมื่อลงเครื่องจักรเก่าเสร็จ ลองชั่งน้ำหนักดูก็ได้นำหนัก 2600 กิโลกรัมได้มากกว่าที่คาเคะเนไว้ 100 กิโลกรัม ถือว่าตีราคาซื้อเครื่องจักรเก่าได้ใกล้เคียงมาก งานรับซื้อเครื่องจักรเก่านี้ก็สำเร็จไปได้ด้วยดีโดยการประสานงานของคุณชัยวุฒิ ก็ต้องขอบคุณไว้ ณ.ที่นี้ด้วย รอบหน้าจะมาเล่าเกี่ยวกับการตัดเครื่องจักรเก่าขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-12-06 11:17:18




การสร้างรายได้จากกล่องกระดาษ

การสร้างรายได้จากกล่องกระดาษ


การสร้างรายได้จากกล่องกระดาษ

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    ราคากล่องกระดาษวันนี้ต้องยอมรับกันว่าราคาปรับสูงขึ้นมาก  เมื่อปี 2562 ผมจำได้ว่าร้านรับซื้อของเก่าต่างๆรับซื้อกระดาษลังอยู่ที่ 2 บาท/กก. ซาเล้ง แม่บ้านหรือร้านรับซื้อเองก็ตามต่างร้องโอดครวญ ราคากระดาษถูกมากๆ ไม่มีคนอยากเก็บมาขายยังร้านรับซื้อของเก่า ร้านรับซื้อของเก่าก็ไม่ค่อยมีเศษกระดาษเข้ามาที่ร้าน กระแสการหมุนเวียนของวัตถุดิบรีไซเคิลก็น้อยลง

    แต่มาวันนี้ราคาเศษกระดาษ กระดาษลัง กระดาษลูกฟูกปรับราคาสูงขึ้นมาก นั่นหมายถึงว่า ซาเล้ง พ่อบ้าน แม่บ้านก็จะเก็บเศษกระดาษกันมากขึ้น ของก็จะมีหมุนเวียนมากขึ้น
 เมื่อเศษกระดาษปรับราคาขึ้นสูง พวกสินค้าในกลุ่มประเภทกระดาษก็สูงขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเยื่อกระดาษ กระดาษลูกฟูก หรือผลิตภัณฑ์แพคกิ้งก็สูงขึ้นเช่นกัน จึงมีผู้ประกอบการหลายๆท่านต้องการลดต้นทุนการผลิต ลดต้นทุนค่าบรรจุภัณฑ์ หันมาใช้กล่องกระดาษมือสองเพราะมีราคาย่อมเยาว์กว่า
    ก่อนหน้านี้ผมเองซึ่งเป็นผู้ประกอบการณ์ร้านรับซื้อของเก่า ก็ไม่คิดว่าจะมีอาชีพนี้  แต่เมื่อปี 2558  ผมเองได้ไปประมูลกล่องกระดาษมาจากโรงงาน ซึ่งเป็นกล่องกระดาษ 5 ชั้น(5รอน) ใช้ครั้งเดียว สภาพใหม่มาก แรกๆผมก็เอาไปส่งโรงอัดกระดาษ ตามแบบร้านรับซื้อของเก่าทั่วไป ที่ได้กล่องกระดาษมาก็จะเอาไปขายยังโรงอัดกระดาษ ผมขายอยู่เป็นปี ตอนนั้นเอาจริงก็คิดอะไรไม่ออก และไม่คิดว่าจะขายเป็นกล่องมือสองได้ด้วย  จนปีที่2 เริ่งเสียดาย ประจวบกับราคาเศากระดาษช่วงนั้นปรับลงก็เลย ลองเอาเข้ามาที่บ้าน และลองโพสขายใน Facebook  และ website บ้าง แรกๆก็ขายไม่ได้เพราะคนยังไม่รู้จัก แต่ซักระยะนึงก็เริ่มขายได้ และไม่พอขายในที่สุด เรียกว่าสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว 
แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ขายแล้วเพราะกระดาษที่ผมประมูลได้แบบเมื่อก่อนไม่มีแล้ว เปลี่ยนรุ่น เลยไม่มีสินค้าจำหน่าย

    ส่วนร้านรับซื้อของเก่าที่รับซื้อเศษกระดาษ กระดาษลัง ในเขตชุมชน หากจะลองขายกล่องกระดาษมือสองนั้นไม่ยาก คือ จะต้องหากล่องกระดาษที่มีเข้ามาในร้านบ่อยๆเช่น ลังเบียร์ ลังขนมจากร้านค้า เลือกรุ่นที่มีจำนวนเยอะๆ แล้วใช้เชือกรัอเป็มมัด  มัดละ10 ใบหาที่เก็บป้องกันฝนและปลวก เรื่องราคาคานั้นก็ขายเป็น 2 เท่าของราคาเศษกระดาษ  เช่น1 ใบหนัก0.5 กก. ราคาเศษกระดาษอยู่ที่ 8 บาท ต่อกก.ผมก็จะขาย 8 บาท / ใบ ส่วนตลาดนั้นก็ลองขายเฟชบุ๊คหรือติดต่อร้านที่ใช้เลยก็ได้ครับ หวังว่าจะเป็นช่องทางหาเงินเพิ่มเติมกับร้านรับซื้อของเก่าครับ

  




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-10-20 10:26:59




จังหวะดีในการเปิดร้านรับซื้อของเก่า

จังหวะดีในการเปิดร้านรับซื้อของเก่า


จังหวะดีในการเปิดร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

  จังหวะดีในการเปิดร้านรับซื้อของเก่า

   ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีมากๆในการเปิดร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งหลายๆท่านก็จะมีข้อแย้งในใจว่า มันจะดีจริงหรือ คนไม่มีจะกิน เศรษฐกิจซบเซา โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆงานก็น้อยลง จะเอาของเสีย ของรีไซเคิลที่ไหนมาขายให้ร้านรับซื้อของเก่า เพราะเคยบอกว่าของเสียจะมาจากประชาชนหรือโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งก็ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่จะมีปัจจัยอื่นๆอีกที่ส่งผลทำให้น่าเปิดร้านรับซื้อของเก่าช่วงนี้ ช่วงนี้เหมาะที่จะเปิดร้านรับซื้อของเก่าที่สุด

   จากประสบการณ์ตรงที่ทำร้านรับซื้อของเก่ามาร่วม 12 ปี เริ่มต้นจากมีรถกะบะคันเดียวหาเก็บขวด พลาสติก ลังเบียร์ตามร้านค้า จนขยับขยายมาเก็บสินค้าโรงงาน ประมูลเหล็ก ขายส่งพาเลทให้กับโรงงานอุตสาหกรรมก็เห็นวิวัฒนาการของการรีไซเคิล หรือแม้ก็ทั่งราคาของเก่า ที่ถูกมากๆจนหลายๆท่านไม่เก็บมาขายให้ร้านรับซื้อของเก่า จนมาวันนี้ราคาของเก่าปรับขึ้นสูงขึ้นมากจนน่าตกใจ
   ข้อดีของราคารับซื้อของเก่าปรับขึ้นราคาคือประชาชน บริษัท ห้างร้านอยากขายเศษสแครป เศษเหล็ก มากขึ้น เพราะหมายถึงว่าจะได้เงินมากขึ้น ร้านรับซื้อของเก่า ก็ซื้อง่าย ขายคล่อง ประชาชนอยากเก็บของเก่า ของเสียมาขายให้ร้านรับซื้อของเก่า เรามาดูกันว่าราคาของเก่า ของเสีย ปรับสูงขึ้นอย่างไร ผมขอบอกได้เลยว่าขึ้นมาก มากที่สุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

                              ราคาปี 2562 (บาท/กก.)                    ราคาปี 2564 (บาท/กก.)  
ทองแดงปอก              184                                                                 280
ทองแดงเส้นเล็ก         152                                                                253
อลูมิเนียม                     42                                                                  58
สแตนเลส304               40                                                                  59
เศษเหล็กหนา                 8.5                                                               13.5
กระดาษลัง                      2                                                                   8.2

หมายเหตุ เป็นราคากลางค่าเฉลี่ยของปี

จากราคาของเก่าที่ร้านรับซื้อของเก่ารับซื้อเข้า แสดงให้เห็นว่าราคาของเก่าปรับตัวสูงขึ้นมาก เมื่อปรับตัวสูงขึ้นมาก ร้านรับซื้อของเก่าก็คึกคัก มีการหมุนเวียนของสแครปมากขึ้น คนอยากเอาของเก่ามาขาย ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีสำหรับผู้ที่คิดเริ่มต้น ทำร้านรับซื้อของเก่า  ผู้ที่กำลังหาช่องทางทำมาหากินในยุคที่โรคระบาดอย่างนี้ หวังว่าท่านที่สนใจในร้านรับซื้อของเก่า จะโชคดีในภาวะเช่นนี้






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-10-04 10:33:08




ราคาของเก่า ราคาเศษเหล็ก สวิงตัวร้านรับซื้อของเก่าทำงานยาก

ราคาของเก่า ราคาเศษเหล็ก  สวิงตัวร้านรับซื้อของเก่าทำงานยาก


ราคาของเก่า ราคาเศษเหล็ก สวิงตัวร้านรับซื้อของเก่าทำงานยาก

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

ราคาของเก่า ราคาเศษเหล็กปรับสูง  สวิงตัวร้านรับซื้อของเก่าทำงานยาก

  เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นช่วงจังหวะทองของร้านรับซื้อของเก่า โรงงานรีไซเคิล ผู้ประมูลของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งซาเล้ง รถเร่รับซื้อของเก่า ประชาชน แม่บ้านที่เอาของเก่าไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าก็ได้รับอานิสงค์ จากราคาของเก่า เศษเหล็ก ทองแดง ทองเหลือง เศษกระดาษปรับราคาสูงขึ้น  หรือแม้กระทั่งผมเองก็ได้รับประโยชน์จากราคาของเก่าปรับขึ้นเช่นกัน และก็จะมีอีกหลายๆส่วนที่ได้รับผลกระทบจากราคาของเก่าปรับขึ้นราคา เช่นโรงงานอุตสาหกรรม ผู้รับเหมาต่าง ต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าของปรับราคาสูงขึ้นมาก หลายๆท่านที่เหมาทำงานรวมวัตถุดิบก็ขาดทุนไปตามๆกัน

                                                                                                                                      

    ปัจจัยที่มีส่วนอย่างยิ่งที่มีผลทางด้านราคาสูงขึ้น ซึ่งผมเองก็อ่านจากข่าวเศรษฐกิจ หลายๆที่มาสรุปให้ฟังดังนี้คือ

  1. พิษจากโรคระบาดโควิท -19 มีส่วนทำให้หลายๆประเทศ อุตสาหกรรมต่างๆชงักตัวลง และเมื่อเริ่มคลี่คลายก็ทำสต๊อกวัตถุดิบ หวังว่าเมื่อได้คลายล็อคดาวน์ก็พร้อมที่ผลิตทันที เพื่อชดเชยการชงักก่อนหน้านี้

  2. จีนมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม หลายๆอุตสาหกรรมหนักที่เคยผลิตได้ในจีนไม่สามารถผลิตได้อีกต่อไป ต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศหรือย้ายฐานการผลิตมายังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไทยเองก็เป็นอีกเป้าหมายนึงที่จีนสนใจ เพื่อนๆลองสังเกตุดูว่าตอนนี้อุตสาหกรรมเหล็กในบ้านเราตอนนี้ มีหลายเตาหลอมที่จีนที่ถือหุ้นหลัก

แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการทำสต๊อกที่มากและมีการตรึงราคา ป้องกันราคาที่ผันผวน จึงทำให้ราคาเศษเหล็ก และวัตถุดิบของเก่าหลายๆตัวปรับราคาลงมา ร้านรับซื้อของเก่า โรงงานรีไซเคิลเองก็ต้องปรับตัวให้ทันเช่นเดียวกัน เพราะหากราคาของเก่าปรับตัวลงมากและระบายของเก่าไม่ทันก็อาจจะได้กำไรที่น้อย หรืออาจจะขาดทุนจากของเก่าที่รับซื้อมาก็ได้ หวังว่าเพื่อนๆร้านรับซื้อของเก่าหลายที่ท่านจะโชคดีครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-06-11 10:16:32




ซาเล้งรับซื้อของเก่า รถเร่รับซื้อของเก่า กำไรงาม

ซาเล้งรับซื้อของเก่า รถเร่รับซื้อของเก่า กำไรงาม


ซาเล้งรับซื้อของเก่า รถเร่รับซื้อของเก่า กำไรงาม

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

                          ซาเล้งรับซื้อของเก่า รถเร่รับซื้อของเก่า กำไรงาม

    ช่วงวันสงกรานต์ปี 2564 ผมไปมีโอกาสไปบ้านแฟนต่างจังหวัด ก็เห็นบ้านฝั่งตรงข้ามทำเป็นรถเร่รับซื้อของเก่า ซึ่งของที่เขารับซื้อก็มีของเก่าทั่วๆไป ที่เห็นเยอะๆก็จะเป็นขวดแก้ว พลาสติก ขวดลังเบียร์ และเศษกระดาษ ซึ่งของเหล่านี้ก็เป็นสินค้าที่เหล่าบรรดาร้านรับซื้อของเก่ารับซื้อเป็นตัวหลักอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อปี2562ผมจำได้ว่า เป็นช่วงที่ราคาของเก่าตกต่ำเป็นอย่างมาก เศษกระดาษลังอยู่ที่ 2 บาท/กก.หลายๆบ้านก็แทบจะไม่อยากเก็บกระดาษกันอยู่แล้ว อยากจะทิ้งเลยก็ว่าได้  เหล็กราคาอยู่ที่ 7 บาท /กก. ราคาของเก่าตกต่ำมากพี่ๆที่เป็นซาเล้งหลายรายเลิกไปเลย ผมก็มีโอกาสได้เข้าไปคุยเกี่ยวกับการรับซื้อของเก่า

      พอดีน้องเขาได้ทำการคัดของเก่ากันอยู่พอดี  ก็จะเห็นการคัดขวดเบียร์เข้าลัง คัดขวดเหล้าเข้าลัง (เพื่อขายชได้ราคามากกว่าเดิม) คัดแยกพลาสติก เก็บกระดาษ 
จากที่ได้คุยกับน้องก็คือ น้องเขามีงานประจำทำอยู่ เวลาว่างก็จะออกหารับซื้อของเก่า ตามหมู่บ้าน ตามเขตชุมชน แต่ละวันที่ออกรับซื้อของเก่าก็จะใช้ทุนประมาณ พันกว่าบาทถึงสองพันบาท ก็จะเต็มรถส่วนใหญ่จะใช้พันกว่าบาท ของเก่าที่รับซื้อมานั้น ก็จะเอาเข้าบ้าน เพื่อมาคัดแยก อย่างขวดก็จะเอาใส่ลังเพื่อเพิ่มมูลค้า รอให้เต็มเที่ยวรถค่อยออกไปขาย ส่วนกำไรในการรับซื้อของเก่านั้น จะได้ 100 %ของทุน เช่นทุน 1400 บาทเวลาขายหักค่าใช้จ่ายก็จะได้ประมาณ 1200-1400 บาท ซึ่งผมมองว่าเป็นกำไรที่ดีเลยทีเดียว  ส่วนค่าน้ำมันนั้นก็จะอยู่ที่ 300-400 บาทต่อวัน อาศัยวิ่งใกล้ๆเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ ยิ่งเทศกาลยิ่งของเยอะ เก็บไม่ทันกันเลยทีเดียว 
  สำหรับเพื่อนๆทีโดนพิษโควิท แล้วตกงาน อาชีพรับซื้อของเก่าก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกนึงที่ไม่เลว กำไรขึ้นอยู่กับความขยัน แต่ระมัดระวังเรื่องโรคกันหน่อย หรือรอจังหวะให้การระบาดน้อยลงค่อยไปทัรับซื้อของเก่าก็ยังไม่สายครับ ขอให้ทุกๆท่านโชคดีครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-05-06 19:36:58




ราคาทองแดงขึ้นสูง เก็งราคาทำกำไรดีหรือไม่

ราคาทองแดงขึ้นสูง เก็งราคาทำกำไรดีหรือไม่


ราคาทองแดงขึ้นสูง เก็งราคาทำกำไรดีหรือไม่

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

                     ราคาทองแดงขึ้นสูง เกร็งราคาทำกำไรดีหรือไม่

    ตอนนี้ก็มีเพื่อนๆหลายท่านให้ความสนใจในอาชีพร้านรับซื้อของเก่ามากอันเนื่องจากภาวะโควิท19 หลายๆท่านตกงาน มีทั้งอยากอบรม ถามข้อมูลราคาเหล็กหรือแม้แต่ราคาทองแดง เพราะตอนนี้ราคาเศษสแครป เหล็ก ทองแดงสูงขึ้นมาก ร้านรับซื้อของเก่าหลายๆร้านคึกคัก หรือแม้แต่เตาหลอมเหล็กเองก็คึกคักเช่นเดียวกัน สืบเนื่องมาจากราคารับซื้อของเก่าเศษสแครปหลายๆตัวปรับราคาขึ้น

    ตอนนี้ต้องยอมรับกันว่าราคาทองแดงปรับตัวสูงขึ้นมากจากปีที่แล้ว ในช่วงเดือนเดียวกันราคาทองแดงจากเดิมที่ราคาทองแดงใหญ่ราคา 170 บาท/กก.เป็น 240 บาท/กก ปรับขึ้นมาถึง70 บาทซึ่งเป็นการปรับตัวของราคาทองแดงที่สูงมาก จากประสบการณืที่ทำร้านรับซื้อของเก่ามา 10 กว่าปี ก่อนหน้านี้ทองแดงปรับราคาขึ้น 20 บาทก็ถือว่าเก่งมากแล้ว แต่มาปีนี้ปรับราคาขึ้นถึง 70 บาท มันเกิดอะไรขึ้น และทองแดงจะปรับตัวขึ้นอีกไหม เกร็งราคาทำกำไรดีไหม มีคำถามเข้ามามากมาย 

  ปัจจัยที่ราคาทองแดงขึ้น คือหลายๆประเทศเริ่มคลายล็อค จากภาวะโรคระบาดโควิท19 ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาหรือประเทศอื่นๆโซนยุโรป เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของตัวเอง  หรือแม้แต่ประเทศจีนเองก็ตาม ทำการนำเข้าทองแดงประมาณ 4 แสนตันในช่วงเดือนเมษายนในปี 2563 เลยเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองแดงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  ส่วนทองแดงจะขึ้นอีกไหมและควรเกร็งกำไรดีไหม สำหรับร้านรับซื้อของเก่าที่อยากจะมาทำกำไรในส่วนของราคาทองแดงนี้  ความคิดเห็นส่วนตัวและจากประสบการณ์การการทำร้านรับซื้อของเก่าของผม ผมมองว่า ราคาทองแดงอาจจะขึ้นแต่ไม่มาก และไม่ควรเกร็งกำไรเป็นอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้ราคาทองแดงสูงมากในรอบสิบปี และน่าจะเป็นช่วงขาลงแล้วด้วยซ้ำ ควรทำกำไรระยะสั้นพอ ซื้อมา ขายไป เป็นดีที่สุด เพราะจากข้อสังเกตุหลายๆตัวอย่างที่เกิดขึ้นคือ เวลาจีนต้องการซื้อสินค้าอะไรราคาจะปรับสูง และถ้าจีนไม่ต้องการแล้วราคาก็จะดิ่งเหวเหมือนราคากระดาษที่เคยผ่านมา ขอให้ร้านรับซื้อของเก่าหลายท่าน โชคดีในช่วงของราคาทองแดง เศษเหล็ก ปรับขึ้นเช่นนี้ รวยๆๆๆกันทุกๆร้านครับ

  ขอขอบคุณข้อมูลจากฐานเศรษฐกิจ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-03-19 08:45:39




ของเก่าตัวไหนน่าเก็งกำไร

ของเก่าตัวไหนน่าเก็งกำไร


ของเก่าตัวไหนน่าเก็งกำไร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

ของเก่าตัวไหนน่าเก็งกำไ

  ในช่วงปลายปี 2563 นี้ของเก่าหลายๆตัวปรับราคาขึ้นมาเป็นอย่างมาก ร้านรับซื้อของเก่าได้รับอานิสงค์ไปตามๆกัน ลูกค้าอยากเอาของเกำมาขายให้ เพราะราคาดี หรือร้านรับซื้อของเก่าราคาดีก็ติดป้ายราคาหน้าร้านรับซื้อของเก่าของตัวเองเพื่อดึงดูดลูกค้า ให้ลูกค้าเอาของเก่ามาขาย

  เรามาดูกันว่าสินค้าของเก่าตัวไหนที่ปรับราคาอย่างโดดเด่น 
1.ทองแดง ก่อนหน้านี้เดือนเมษายน ราคาทองแดงปอกอยู่ที่ 160 บาท/กก.มา เดือนธันวาคม ราคาทองแดงปอกอยู่ที่ราคา 220 บาท/กก.
2.ทองเหลือง  เดือนเมษายน ราคา103 บาท/กก. มาวันนี้ราคา 130 บาท/กก.
3.อลูมิเนียม  เดือนเมษายน ราคา31 บาท/กก. เดือนธันวาคมราคา 45 บาท/กก.
4.เศษเหล็ก ก่อนหน้านี้ ราคา8 บาท/กก.มาวันนี้ราคา 10.2 บาท/กก.หรือบางเตาหลอมราคา 11 บาท/กก.

 สินค้าหลายๆตัวราคาปรับตัวดีขึ้นมาก ที่ก่อนหน้านี้ราคาตกต่ำอาจจะเกิดมาจากผลกระทบของโรคโควิท 19 หรือพิษเศรษฐกิจก็เป็นได้ 
แล้วเรามาดูกันว่าสินค้าตัวไหนที่น่าเก็งกำไร และที่สำคัญคือลงทุนต่ำด้วย คำตอบก็คือ กระดาษขาว ดำครับ เพราะตอนนี้ราคา 5 บาท/กก.หรือร้านรับซื้อของเก่าบางร้าน อาจรับซื้อมากกว่านี้ แต่ก็ต่างไม่มาก จากที่ผมทำร้านร้านรับซื้อของเก่ามาหลายปี ราคากระดาษขาว ดำ ควรจะอยู่ที่8-9 บาท ไม่ใช่อยู่ที่ราคา 5 บาท/กก. 
อันที่จริงผมว่าราคามันเท่ากับกระดาษลูกฟูก มันไม่น่าจะเป็นไปได้ขนาดนี้ 
  สำหรับร้านรับซื้อของเก่าท่านใดที่มีทุน มีเนื้อที่ในการจัดเก็บผมมองว่ากระดาษขาว ดำนี่แหละที่เก็งกำไรมากสุด ร้านรับซื้อของเก่าบางร้านอาจจะมองว่าแล้วสินค้าตัวอยู่ไม่น่าเก็งกำไรหรือ ในส่วนนี้ผมมองว่าไม่น่าเก็งกำไรแล้ว อย่างทองแดง ทองเหลือง อลูมิเนียม ราคาอยู่ในจุดที่สูงแล้ว แต่เหล็ก อาจจะขึ้นได้อีกนิดหน่อย
สำหรับร้านรับซื้อของเก่านั้น ในช่วงปีใหม่นี้ของให้ทุกท่านโชคดี ค้าขายมีกำไร และที่สำคัญระวังอัคคีภัยกันด้วยครับ สวัสดี




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2021-01-04 13:57:48




ร้านรับซื้อของเก่า "ระวังอัคคีภัย"

ร้านรับซื้อของเก่า "ระวังอัคคีภัย"


ร้านรับซื้อของเก่า "ระวังอัคคีภัย"

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

 ร้านรับซื้อของเก่า "ระวังอัคคีภัย" 

   ใกล้จะปีใหม่แล้ว ผมเชื่อว่าร้านรับซื้อของเก่า หลายๆร้านงานเยอะแน่นอน เพราะแต่ละบ้านก็อยากจะเคลียร์ของเก่าออกมาขายเพื่อทำความสะอาดบ้าน ยิ่งเสาร์อาทิตย์ ร้านรับซื้อของเก่าลูกค้าก็จะเยอะ มีสินค้ามาขายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขวด กระดาษ พลาสติก หรือแม้กระทั่งบริษัทรีไซเคิลที่รับซื้อตามโรงงานอุตสาหกรรม ช่วงนี้งานก็จะเยอะ เพราะทางโรงงานเคลียร์สต๊อกออก ขายสินค้ามากมาย เช่นเหล็ก กระดาษ เครื่องจักรเป็นต้น ซึ่งก็เป็นผลดีของผู้ประกอบร้านรับซื้อของเก่า

      แต่ช่วงนี้ถือว่าเป็นฤดูหนาว อากาศแห้ง สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยมาก จากการสังเกตุมาช่วงหลายปีที่ผ่านมา  ร้านรับซื้อของเก่านั้นมีอัตราเสี่งสูงมากในการเกิดอัคคีภัย มีให้เห็นกันประจำทุกๆปี และในการเกิดแต่ละครั้งนั้น ทำให้เกิดความสูญเสียมาก เพราะว่าสินค้าในร้านรับซื้อของเก่า เป็นแหล่งเชื้อเพลิงอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ พลาสติก หรือแม้กระทั่ง ถังน้ำมัน 200 ลิตร เรามาดูกันว่าปัจจัยเสี่ยงต่างๆมีผลกับร้านรับซื้อของเก่าอะไรกันบ้าง
 
   ปัจจัยภายที่มีผลต่อร้านรับซื้อของเก่าคือ
  1. การเผาหญ้าข้างทาง การเผาอ้อย โดยปกติแล้วร้านรับซื้อของเก่าก็จะอยู่ริมทาง เวลามีไฟไหม้ข้างทางแต่ละครั้ง ก็จะมีการลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะอากาศแห้ง ลมแรง โอกาสที่เปลวเพลิงจะปลิวมาโดนกระดาษหรือพลาสติก ในร้านรับซื้อของเก่าได้ง่าย
  2. การตัดเหล็กในร้านรับซื้อของเก่า เพราะเนื่องจากร้านรับซื้อของเก่าสินค้าเยอะ การควบคุมไม่ให้เกิดประกายไฟได้ยาก สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ควรตัดเหล็กให้ห่างจากสินค้าที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟ
  3. การเดินสายไฟที่ไม่ได้มาตราฐาน การเดินสายไฟไม่ได้มาตราฐานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการเกิดอัคคีภัยในร้านรับซื้อของเก่าได้ง่าย 
​ปัจจัยต่างเหล่านี้ล้วนมีความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในร้านรับซื้อของเก่าได้เช่นกัน ซึ่งเราสามารถป้องกันการเกิดอัคคีภัยเบื้องต้นได้ คือ
  1. บริเวณรอบๆร้านรับซื้อของเก่าควรทำแนวกันไฟไว้ ป้องกันการเกิดอัคคีภัยจากถายนอกได้
  2. กองเหล็กและกระดาษหรือพลาสติกควรแยกให้อยู่ห่างกัน เพื่อป้องกันประกายไฟไปโดนสินค้าดังกล่าว
  3. สายไฟควรเดินให้ได้มาตราฐาน ใช้ปลั๊กหรือสายไฟที่ได้มตราฐานอุตสาหกรรม
  4. ควรมีถังดับเพลิงตามจุดเสี่ยงต่าง เพื่อที่ใช้งานได้สะดวก
  5. ควรจอดรถไว้ให้ห่างจากจุดเสี่ยง ลูกกุญแจรถสามารถหยิบจับได้ง่าย
  6. ควรมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อที่จำเป็น และสามารถค้นหาได้ง่าย
​การป้องกันดังกล่าวก็จะสามารถลดการเสี่ยงการเกิดอัคคีภัยได้ เพราะการสูญเสียแต่ละครั้งของร้านรับซื้อของเก่าจะมีมูลค่ามหาศาล ปีใหม่นี้หวังว่าเพื่อนๆจะโชคดี เที่ยวสนุก พร้อมกับพลังในการต่อสู้ปีใหม่ สวัสดีครับ


 




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-12-07 16:30:44




แนวโน้ม ร้านรับซื้อของเก่าในปี 2564

แนวโน้ม ร้านรับซื้อของเก่าในปี 2564


แนวโน้ม ร้านรับซื้อของเก่าในปี 2564

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

แนวโน้ม รับซื้อของเก่าในปี 2564 

       ปี 2563 ผ่านมาได้เกือบจะครบปี ซึ่งในตัวผมมองว่าปีนี้เป็นปีที่ร้านรับซื้อของเก่าซบเซามาก เพราะเนื่องจากปัญหาโรคโควิท 19 ระบาด โรงงานหลายบริษัทปิดกิจการลง หรือหากไม่ปิดกิจการก็ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็ทำให้หลายๆท่านตกงาน หรือดีหน่อยก็ได้ทำงานอยู่แต่งานน้อยลง ไม่มี OT ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ร้านรับซื้อของเก่าอย่างเราๆซบเซาลง เพราะแหล่งที่มาของ ของเก่า มาจากประชาชน จากโรงงาน หรือร้านรับซื้อของเก่าบางที่ก็อาจจะดีเพราะรับซื้อของเก่าจากโรงงานที่ปิดกิจการลง ได้ของเก่าเยอะ แต่ผมมองว่าเป็นการเฟื่องฟูที่ไม่ยั่งยืน เพราะได้รับซื้อของเก่าจากโรงงานครั้งเดียวแล้วไม่มีให้รับซื้อของเก่าต่ออีก หรือแม้ก็ทั่งร้านรับซื้อของเก่าของผมเองที่ไปซื้อยังโรงงานเหล่านี้ก็รู้สึกหดบอกไม่ถูก

    ปัจจัยที่มีผลต่อร้านรับซื้อของเก่าในปี 2564 
  • สหรัฐอเมริกาเลือกตั้งประธานาธิบดีเรียบร้อย ส่งผลทำให้ราคาทองปรับลดลง คนกล้าที่จะลงทุนมากขึ้น
  • จีนมาลงทุนตั้งเตาหลอมเหล็กในบ้านเรา ทำให้ราคาเหล็กมีการแข่งขันขึ้น ราคาเศษเหล็กก็ปรับตัวขึ้น(ขึ้นจากเดือนก่อน 40 สต./กก.)ซึ่งก็เป็นนิมิตรหมายที่ดี
  • กระดาษลัง กระดาษจับจั๊วมีการประกันราคา ราคากระดาษก็จะทรงๆตัวอยู่ที่ 5 บาทกว่าสำหรับโรงต้มกระดาษ ส่วนร้านรับซื้อของเก่าก็จะอยู่ที่ 4 บาทกว่า ประชาชนอยากเอามาขายให้ร้านรับซื้อของเก่ามากขึ้น จากเดิมที่ไม่อยากเก็บเอาไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า
  • ขวดแก้ว ราคาหน้าร้านรับซื้อของเก่า อยู่ที่ 1 บาทกว่า-2 บาท แล้วแต่พืนที่ แล้วแต่การแข่งขันของร้านรับซื้อของเก่า ตัวขวดแก้วนี้ผมมองว่า เป็นตัวที่น่าลงทุนมากสำหรับวัสดุรีไซเคิลในร้านรับซื้อของเก่า เพราะราคาค่อนข้างนิ่ง และการลงทุนน้อยเมื่อเทียบต่อกิโลกรัม
  • การประท้วงในบ้านเราซึ่งมีแววว่าจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น บ้านเรานับว่าโชคดีมากเกี่ยวกับเรื่องการป้องกันในโรคโควิท 19 จนหลายๆประเทศออกมายอมรับเรื่องสาธารณะสุขของไทยว่า ยอดเยี่ยมมาก แต่บ้านเราจะมะปัญหาเรื่องการประท้วงนี่แหละที่ส่งผลต่อการลงทุน
​จากปัจจัยพื้นฐานต่างๆที่กล่าวมาด้านต้น ผมมองว่าปี 2564 ก็เป็นปีที่ธุรกิจร้านรับซื้อของเก่าทรงๆตัว ไม่หวือหวาเหมือนเมื่อหลายปีก่อน ก็ยังทำ ยังรับซื้อของเก่าได้ แต่การที่จะหากำไรเป็นกอบเป็นกำผมว่ายากกว่าเมื่อก่อน นอกจากจะทำการตลาดในช่องทางต่างๆได้ดี จุดนี้ก็จะช่วยให้ร้านรับซื้อของเก่าได้รับงานที่ดีมากขึ้น หวังว่าผู้ประกอบการหลายๆท่านโชคดีในปี 2564 นี้ และหวังว่าท่านที่อยากจะมาทำร้านรับซื้อของเก่าจะกลัวจนไม่กล้าทำอะไร ขอให้โชคดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-11-18 15:10:17




หาข้อมูลราคาก่อนเปิดร้านรับซื้อของเก่า

หาข้อมูลราคาก่อนเปิดร้านรับซื้อของเก่า


หาข้อมูลราคาก่อนเปิดร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

 การหาข้อมูลเรื่องราคาของเก่าก่อนเปิดร้านรับซื้อของเก่า

บทความนี้ก็เป็นการหาข้อมูลเรื่องราคาของเก่าก่อนเปิดร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งสิ่งที่ผมจะแนะนำในวันนี้เป็นการเสนอความคิดส่วนบุคคล จากประสบการณ์การทำงานร้านรับซื้อของเก่ามากกว่า 10 ปี ซึ่งหลายๆท่านอาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ 

   ก่อนหน้านี้ก็มี FC ของผมตามจากช่อง Youtube ถามเกี่ยวกับเรื่องหาสถานที่ส่งกระดาษมา ซึ่งต้องการหาที่ส่งกระดาษในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งผมก็บอกไปตามตรงนะว่าผมไม่ทราบหรอก และเขาก็บอกว่าก่อนหน้านี้โทรหาผมแล้ว 1 รอบ ตอนนั้นสอบถามเกี่ยวกับการเปิดร้านรับซื้อของเก่าอยากเปิดร้านรับซื้อของเก่า โดยไปอบรม และก็กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อเฟรนไชต์ดีไหม ผมก็แนะนำว่าถ้ามีเงินก็วื้อเฟรนไชต์ไป แต่ทุนน้อยไม่ต้องไปซื้อก็ได้ 
   และการคุยล่าสุดเขาก็เล่าให้ฟังว่า ได้ตัดสินใจซื้อเฟรนไชต์มา ทางเฟรนไชต์เขาก็สอนเกี่ยวกับการทำพลาสติก ราคาที่ซื้อพลาสติกราคาดี แต่สินค้าตัวอื่นๆซื้อถูกมาก ไม่สามารถซื้อแข่งกับเจ้าอื่นๆได้ และเมื่อซื้อสินค้าราคาดีตัวเดียว แต่ตัวอื่นราคาไม่ดีลูกค้าก็ไม่อยากเข้าเอาของมาขายที่ร้าน จึงทำให้เขาต้องเอารถกะบะวิ่งตระเวณซื้อตามบ้านตามชุมชนต่างๆซึ่งก็ไม่ต่างจากซาเล้งเท่าไหร่
  สิ่งที่แนะนำคือ
1. ก่อนเปิดร้านควรหาสถานที่ส่งใกล้ๆ ในที่นี้หมายถึงสถานที่ส่งซัก 60-100 กิโลเมตร เพื่อจะได้จัดส่งสินค้าได้ง่าย หากใกล้กันมากเราจะทำการแข่งราคากับเขาได้ยาก
2. ไม่ต้องไปแข่งราคากับเขาเพราะเขาทำมานานรู้ที่ส่งมากกว่าเราแน่นอน เราควรเป็นคู่ค้ากับเขาแทน หาสินค้าให้ได้มากและไปส่งเขา
3. มาพัฒนาเรื่องความเร็วในการลงสินค้าและการบริการของร้านให้ลูกค้าประทับใจ
4.ระหว่างที่เปิดร้านก็พยายามหาที่ส่งของอยู่เรื่อย เพื่อจะได้มีตัวเปรียบเทียบราคา ไม่ผูกติดกับราคารับซื้อของเก่าที่ใดที่เดียว
5.ทำการตลาดประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนของเรา หรือชุมชนใกล้รู้จักและอยากเอาสินค้ามาส่งให้เรา เพื่อเป็นฐานลูกค้าร้านรับซื้อของเก่าของเรา
  พฤติกรรมของลูกค้า
1.อยากได้ราคารับซื้อของเก่าราคาดีๆ แต่หากราคาไม่สูงมาก แต่อยู่ใกล้ สะดวก ก็จะขายของเก่าให้เช่นกัน
2.ความรวดเร็ว ความพร้อม ความสะดวกในการจอดรถก็เป็นส่วนสำคัญในการรับซื้อของเก่า หากลงของเก่าช้า คิดเงินช้าลูกค้าก็ไม่อยากมาขายสินค้า
3.อัธยาศัยของพ่อค้าก็เป็นส่วนสำคัญ ในการดึงดูดลูกค้า ให้อยากมาขายของเก่า
หลักก็จะประมาณนี้หากเพื่อนเปิดร้านรับซื้อของเก่าอยู่หรือท่านที่กำลังจะเปิดร้านรับซื้อของเก่าลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้ก็ได้ครับ น่าจะเป็นทางออกที่ไม่เลว หวังว่าหลายท่านจะโชคดีในการเปิดร้านรับซื้อของเก่า




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-09-21 09:16:26




การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรม

การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรม


การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรม

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

การแยกประเภทเศษเหล็ก ตามกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

กับ ร้านรับซื้อของเก่า ปกติใน  ร้านรับซื้อของเก่า เศษเหล็กที่ทำการซื้อขายทั่วไปก็มีไม่กี่ประเภท เช๋น เศษเหล็กหนา เศษเหล็กบาง กระป๋อง เป็นต้น เรามาดูกันว่า การแยกประเภทเศษเหล็กสำหรับเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กกล้า ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ มีอะไรบ้าง

  1. เหล็กหนาพิเศษ ได้แก่ แผ่นเหล็กหนาตัดไฟ ล้อกะทะ 10ล้อ เป็นต้น

  2. เศษเหล็กหนา ได้แก่ เหล็กโคลงสร้าง แป๊บ เหล็กข้ออ้อย เหล็กกล่อง เป็นต้น

  3. เศษเหล็กบาง ได้แก่ แผ่นเหล็กเมทัลชีท ถัง200 ลิตร เป็นต้น

  4. เหล็กคละ (เศษเหล็กหนากับเศษเหล็กบางปนกัน)

  5. เศษเหล็กจากกระบวนการผลิต(Process) ได้แก่ เหล็กปั๊มทั่วไป

  6. เหล็กขยี้ ได้แก่ เศษเหล็กปั๊มบางมาเข้าเครื่องขยี้ (เพื่อง่ายและลดเนื้อที่ในการเข้าเตาหลอมเหล็ก)

  7. เศษเหล็กหล่อ (เหล็กที่ผ่านการหล่อขึ้นรูป คาร์บอนจะสูง)

  8. เศษเหล็กลูกอัด ได้แก่ เศษเหล็กบาง อัดขึ้นรูป เพื่อลดค่าขนส่ง

  9. เศษขี้กลึง

  10. กระป๋อง ต่างๆ

       http://recyclechon.com/pic_keep/36.jpg http://recyclechon.com/pic_keep/37.jpg

การแยกประเภทเศษเหล็กนี้ เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการเศษเหล็ก การส่งเศษเหล็กเข้าเตาหลอมเหล็ก และเป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงในการซื้อขายเศษเหล็กในท้องตลาด ส่วนในด้านร้านรับซื้อของเก่า ทั่วไปก็จะมีเศษเหล็กไม่กี่ประเภทครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-05-05 15:01:46




ปี 2563 ธุรกิจร้านรับซื้อของเก่า น่าสนใจอยู่ไหม

  ปี 2563 ธุรกิจร้านรับซื้อของเก่า  น่าสนใจอยู่ไหม


ปี 2563 ธุรกิจร้านรับซื้อของเก่า น่าสนใจอยู่ไหม

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

 ปี 2563 ธุรกิจร้านรับซื้อของเก่าน่าสนใจอยู่ไหม?

       ผมเชื่อว่าหลายๆท่าน สนใจที่อยากจะลองทำ ร้านรับซื้อของเก่า หรือรีไซเคิล พอมองเห็นว่า เป็นธุรกิจที่ ได้กำไรมาก วัตถุดิบรีไซเคิลขายได้ทุกตัว ซื้อมาขายไปได้กำไรแน่ๆ ซึ่งหลายๆท่านก็ได้เปิดร้านรับซื้อของเก่าและหลายๆท่านก็ได้แต่วาดฝันแต่ไม่ได้ลงมือทำ
   ปี 2562 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงวิกฤตราคาของเก่า ร้านรับซื้อของเก่า และผู้ประกอบการรีไซเคิลหลายๆท่าน ต่างได้รับผลกระทบ ปัญหาอันเนื่องมาจาก ราคาของเก่าตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็น ราคาของเศษเหล็กปรับลง ราคาเศษกระดาษปรับลงอย่างมากแทบจะเป็นขยะ หรือแม้กระทั่งในกลุ่มของพลาสติก ซึ่งลดลงอย่างน่าใจหาย รีไซเคิลออกมาม่สามารถส่งขายได้ ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ จึงทำให้ร้านรับซื้อของเก่า ผู้ประกอบการรีไซเคิลในหลายภาคส่วน ต่างต้อง งัดกลยุทธ์เข้ามาใช้เพื่อประคับประคองให้ร้านรับซื้อของเก่าของตนเองอยู่ได้ และก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ร้านรับซื้อของเก่าปิดกิจการ ไปเลยก็ว่าได้

    สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ของเก่าราคาปรับตัวต่ำลง

  1. เกิดจาก ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง จึงทำให้ อัตราความต้องการ ใช้วัตถุดิบรีไซเคิล น้อยลงเช่นกัน

  2.  ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศจีน ซึ่งจีนนั้นถือว่าเป็นลูกค้าหลักของประเทศไทย ที่ทำการรับซื้อวัตถุดิบรีไซเคิล ในปริมาณที่มาก และหากประเทศจีนไม่สามารถขายสินค้าให้กับประเทศสหรัฐได้ สินค้าในกลุ่มรีไซเคิลต่างๆ ก็ส่งขายให้กับประเทศจีนได้น้อยเช่นเดียวกัน

 

    จากประสบการณ์การทำร้านรับซื้อของเก่ามากกว่า 10 ปี ผมบอกว่า ธุรกิจร้านรับซื้อของเก่าและรีไซเคิลในปี 2563 นี้ เป็นธุรกิจที่ชะลอตัว ไม่โดดเด่นเหมือนเมื่อหลายปีก่อน เพราะอันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและสงครามการค้า
ปกติแล้วธุรกิจร้านรับซื้อของเก่าจะทำงานร่วมกัน 3 ส่วน คือ

  1. ในกลุ่มของลูกค้า ที่เอาของเก่า หรือวัตถุดิบรีไซเคิลมาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า ได้แก่ ประชาชน และซาเล้ง ซึ่งประชาชนนี้เอง ไม่กล้าจะใช้จ่าย เพราะไม่มั่นใจในเศรษฐกิจ เพราะมีข่าวการปิดกิจการของโรงงานอุตสาหกรรมหลายๆที่ และเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของของเก่า ในกลุ่มของซาเล้งซึ่งเป็นแหล่งที่มาของเก่า ในปัจจุบันนั้น ราคาของเก่าตกต่ำไม่ว่าจะเป็นราคาเศษเหล็ก เศษกระดาษ เศษพลาสติก จึงทำให้ซาเล้ง ไม่มีแรงจูงใจที่จะหาของเก่ามาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าหรือผู้ประกอบการรีไซเคิล จึงทำให้ของที่จะมาขายยังร้านรับซื้อของเก่าน้อยเช่นเดียวกัน

  2. ในกลุ่มของร้านรับซื้อของเก่าและผู้ประกอบการรีไซเคิลนี้เอง ซึ่งจะเป็นคนกลางระหว่าง ผู้ขายของเก่า และส่งขายให้ผู้ประกอบการรีไซเคิล เพื่อนำไปรีไซเคิลต่อไป   ร้านรับซื้อของเก่านั้นซึ่งจะมีหน้าที่ซื้อ รวบรวมของเก่า แล้วส่งขาย จากประสบการณ์การทำงานร้านรับซื้อของเก่ามากว่า 10 ปี หากราคาของเก่าปรับตัวสูง ลูกค้าก็จะนำวัตถุดิบรีไซเคิลมาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่ามากเช่นเดียวกัน และในขณะเดียวกัน เมื่อราคาของเก่าตกต่ำ สินค้าที่มาขายยังร้านรับซื้อของเก่า ก็จะน้อยอีกเช่นเดียวกัน จึงทำให้ รายได้ และค่าใช้จ่ายของร้านรับซื้อของเก่าไม่สมดุล

  3. ในกลุ่มของโรงงานรีไซเคิล ที่รับซื้อวัตถุดิบรีไซเคิลจากร้านรับซื้อของเก่า เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ก็อาจจะรับซื้อของเก่าน้อยลงหรือบางครั้งอาจงดรับซื้อของเก่า เพื่อ ทำให้สต๊อกนั้นสมดุล

จากปัญหาหลายๆอย่าง ที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นเหตุผลให้ในปี 2563 ธุรกิจร้านรับซื้อของเก่านะรีไซเคิล ซบเซาเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่สำคัญ ที่จะวัดความสามารถของผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าและรีไซเคิล หากร้านรับซื้อของเก่าผ่านช่วงนี้ไปได้ก็ถือว่าเก่งมาก  บทความนี้หวังว่าหลายๆท่านและผู้สนใจในธรกิจร้านรับซื้อของเก่าและรีไซเคิลจะได้ข้อมูลดีๆเพื่อนำไปแนวทางการทำธุรกิจกัน






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-05-05 14:46:26




เทคนิคการตัดเหล็กหนา ให้ประหยัดต้นทุน

เทคนิคการตัดเหล็กหนา ให้ประหยัดต้นทุน


เทคนิคการตัดเหล็กหนา ให้ประหยัดต้นทุน

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   เทคนิคการตัดเหล็กหนา ให้ประหยัดต้นทุน

 การตัดเศษเหล็กถือว่า เป็นปัจจัยสำคัญในร้านรับซื้อของเก่า ที่ทำเศษเหล็กส่งให้กับทางเตาหลอมเหล็ก หรือส่งให้กับทางยี่ปั๊วรายใหญ่ ในการส่งเศษเหล็กให้กับทางเตาหลอมหรือยี่ปั๊วรายใหญ่นั้น เขาจะมีมาตรฐานในการรับซื้อเศษเหล็ก โดยหลักๆที่สำคํญในการส่งเศษเหล็ก จะแบ่งเป็น 3 อย่างคือ
  1.  เศษเหล็กนั้นจะต้องแบ่งเป็นประเภทให้ชัดเจนเช่น เหล็กหนา เหล็กบาง ขี้กลึง ห้ามปนกัน
  2.  การตัดเศษเหล็กจะต้อง ได้ขนาดของเตาหลอมเหล็ก ขนาดที่ได้ของเตาหลอมเหล็ก หรือยี่ปั๊วรายใหญ่นั้น คือขนาดกว้างคูณยาวไม่เกิน  80 * 80 cm หรืออาจจะเลยได้บ้าง แต่ไม่เกิน 1 เมตรและต้องมีจำนวนไม่เยอะ
  3. วัตถุที่เป็นอันตรายต่อเตาหลอมเสี่ยงต่อการระเบิด และวัตถุที่ปิดทึบจะต้องทำการตัดให้เรียบร้อย วัตถุที่เป็นอันตรายต่อเตาหลอมได้แก่ โช๊ครถยนต์ ถังน้ำมัน ถังแก๊ส ถังดับเพลิง ถังน้ำยาแอร์ เพราะทางเตาหลอมเหล็กกลัวเวลาหลอมเข้าไปจะระเบิดทำให้เตาหลอมเสียหาย หากกรณีที่ส่ง เข้าไปโดยไม่ตัด และเมื่อเตาหลอมเหล็กเจอจะตัดน้ำหนักปริมาณมาก และวัตถุที่ปิดทึบเช่นถัง 200 ลิตร ถัง 20 ลิตร ปี๊บ เศษเหล็กประเภทนี้จะต้องทำการตัดให้เรียบร้อย เพราะทางเตาหลอมเหล็กกลัวจะมีเศษดิน เศษหินอยู่นอกใน ทำให้เตาหลอมขาดทุนเรื่องน้ำหนักของเศษเหล็ก
  เทคนิคในการตัดเศษเหล็กที่ผมใช้อยู่เป็นประจำในร้านรับซื้อของเก่าคือ การตัดเศษเหล็ก ที่ส่งเป็นเกรดเหล็กหนา เช่น เหล็กบีม เหล็กข้ออ้อย เหล็กแผ่น เหล็กราง เหล็กกล่องก่อสร้าง เหล็กกล่อง เศษเหล็กพวกนี้ทางร้านรบซื้อของเก่าผมจะใช้นมหนูเบอร์ 0 หรือเบอร์ 1 เพราะเนื่องจากว่า หากใช้นมหนูที่ เบอร์ใหญ่จะทำให้เปลืองลมในการตัดเหล็ก เทคนิคการตัดเศษเหล็กก็สำคัญ ในการตัดเศษเหล็กประเภทนี้ จะต้องเอียงหัวตัดให้อยู่ที่ 60 องศา และเดินไปด้านหน้า เพื่อที่ว่าเปลวไฟที่อยู่ด้านหน้าของหัวตัดจะไปเร่งทำให้เศษเหล็กมีความร้อน และเมื่อเรากดลม จะทำให้ตัดเหล็กได้ง่ายยิ่งขึ้น การเลือกดูพื้นที่ในการตัดเศษเหล็กก็สำคญ เพื่อนๆจะต้อง เลือกพื้นที่ในการตัดเหล็กที่ง่าย ไม่ควรเลือกพื้นที่มีเศษเหล็กเชื่อมอยู่หลายชั้น เพราะจะทำให้ตัดเศษเหล็กยากยิ่งขึ้น

   สมมุติกรณีที่เพื่อนๆเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ และมีถังลมอยู่ 3 ใบ หากมีเศษเหล็ก 2 ตัน และไม่คำนึงถึงการใช้นมหนู  ใช้นมหนูตัดเหล็กเบอร์ใหญ่เช่นเบอร์ 2 หรือเบอร์ 3 ปรับลมและไฟแรง เพื่อที่ว่าตัดเศษเหล็กได้เร็ว บางครั้งการตัดเส้นเหล็กอย่างนี้ จะทำให้ลมในการตัดเศษเหล็กไม่เพียงพอ  จะต้องเอาถังลม ไปเติมลมใหม่ แต่ในการเติมลมแต่ละครั้งนั้น พฤติกรรมของโรงอัดลม เขาจะอัดครั้งละประมาณ 20 ใบ ซึ่ง จากเดิมที่เรามีถังลมอยู่ 3 ใบอยู่แล้ว เราจะต้องรอถังลมจากคนอื่นอีก 17 ใบ เพื่อจะได้เตรียมอัดลม ซึ่งจะกินระยะเวลานานมาก จากปกติการอัดลมแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 1 ชั่วโมง แต่เราจะต้องใช้ระยะเวลาในการอัดลมครั้งนี้ถึงครึ่งวันทำให้เสียเวลาในการทำงานมาก

   เทคนิคในการตัดเหล็กหนานั้น การตัดเศษเหล็กหนาจะมีลักษณะที่แตกต่างจากเศษเหล็กทั่วไป คือ จากเดิมที่ใช้นมหนู เบอร์ 0 หรือเบอร์ 1 จะต้องเปลี่ยนใช้เป็นเบอร์ 2 หรือเบอร์ 3 เพื่อที่ว่า จะได้มีลมและไปออกมาในปริมาณที่มาก การเอียงหัวของหัวตัดนั้นจะต้องตั้งตรง 90 องศา ไม่สามารถเรียง 60 องศาได้ เพราะถ้าหากเอียง ความหนาของเศษเหล็กที่ตัดจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหัวตัดจะต้องตั้งที่ 90 องศาเวลาการตัดเศษเหล็ก จะต้องส่ายหัวตัดเหล็ก ซ้ายทีขวาทีซ้ายทีขวาทีสลับกันไป ให้มีช่องว่างบริเวณตรงแนวตัดอยู่ประมาณ 5 มิลลิเมตร เพื่อที่ว่าน้ำเหล็กจะได้มีพื้นที่ในการไหลลงไปด้านล่าง  หากน้ำเหล็กไม่สามารถไหลลงด้านล่าง น้ำเหล็กก็จะพุ่งย้อนขึ้นมาสู่ด้านบนทำให้เราไม่สามารถตัดเศษเหล็กได้ ซึ่งก็หมายความว่าเราไม่สามารถส่งเศษเหล็กได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้จะเป็นเทคนิคในการตัดเศษเหล็ก หวังว่าบทความนี้จะให้ประโยชน์แก่เพื่อนๆ ที่ทำร้านรับซื้อของเก่า ขอบคุณมากครับ นพดล






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-05-05 14:36:13




รับซื้อยางรถยนต์ รับซื้อยางรถสิบล้อ สร้างรายได้

รับซื้อยางรถยนต์ รับซื้อยางรถสิบล้อ สร้างรายได้


รับซื้อยางรถยนต์ รับซื้อยางรถสิบล้อ สร้างรายได้

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

รับซื้อยางรถยนต์ รับซื้อยางรถสิบล้อ สร้างรายได้

 วันนี้เรามาหารายได้กับการรับซื้อยางรถบรรทุก ยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก  ยางรถยนต์นั้นจริงๆแล้ว เป็นของเสียที่มีอยู่มากมาย และการนำไปใช้ประโยชน์ถือว่าน้อยมาก ที่เห็นก็คือเอาไปทำเป็นกระถางต้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งสวนแต่ได้รับความนิยมน้อย การกำจัดถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับยางรถยนต์ที่ทิ้งแต่ละวัน
     ร้านรับซื้อของเก่าทั่วไปมีการรับซื้อของเก่ายางรถยนต์เป็นอย่างไรบ้าง
ร้านรับซื้อของเก่าทั่วไปนั้นจะมีการรับซื้อยางรถยนต์ ยางรถบรรทุกที่น้อยมาก เพราะเนื่องจากได้รับความนิยมน้อยในการนำไปรีไซเคิล จะนำไปรีไซเคิลเป็นเฉพาะกลุ่ม หลักๆก็จะรับซื้อเพื่อเอาไปรียูสกันซะมากกว่า

   ยางรถยนต์นำไปรีไซเคิลนั้นแบ่งหลักๆตอนนี้มีอยู่ 3 ประเภทคือ

  1. ยางเพื่อมารียูสใช้อีกรอบ ยางรถในกลุ่มๆนี่ที่นิยมกันอย่างมากเลยคือยางรถบรรทุก เพราะเนื่องจากยางรถบรรทุกมีราคาสูง อัตราการสิ้นเปลืองสูง เปลี่ยนบ่อย  ราคายางใหม่ของรถบรรทุกยี่ห้อดีๆก็จะอยู่ที่ 8000-12000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูง ยางรถบรรทุกราคารองลงมาก็จะอยู่ที่4000-7500 ก็ยังถือว่าแพงอยู่ดีเพราะการใช้ยางนั้นใช้ขั้นต่ำก็ 6 เส้น อย่างมากก็ 20 เส้นกรณีรถพ่วง รวมเป็นเงินก็หลายหมื่นบาทอยู่                                                                                                                   ส่วนของยางรถยนต์ส่วนบุคคลก็มีการนำมาขายรียูสเหมือนกัน  คือคัดเลือกดอกยางที่คุณภาพดีๆมาขายเป็นเกรดมือสอง ก็จะมีผู้ที่สนใจที่จะลดต้นทุนซื้อยางประเภทนี้ไปใช้เพราะราคาถูกกว่าของใหม่ประมาณ 40 % ใช้ได้ 6 เดือนก็พอคุ้มแล้ว(ไม่รู้ว่าค้มหรือป่าว555)  และก็จะมีพ่อค้าบางรายเอายางรถยนต์ส่วนบุคคลมาแกะดอกยางเพิ่มเติม เพื่อเอามาขาย แต่การแกะนั้นส่วนตัวผมแล้วมองว่าอันตราย เพราะเนื้อยางจะมีน้อย และการ วิ่งนานๆยางเกิดความร้อนอาจเกิดระเบิดและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
    1. การรียูสยางรถบรรทุก รถขนส่งหรือยางรถบัส ในการซื้อยองในกลุ่มๆนี้ก็จะแบ่งเป็นการซื้อยางที่แตกต่างกันไป พ่อค้าบางรายก็ซื้อเหมาเป็นเส้น ราคาปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณเส้นละ 30 บาท หรือพ่อค้าบางรายก็จะรับซื้อคัดเกรดเป็นเส้น เช่นดอกสวย ก็เส้นละ 300 บาท โครงของยางดีก็เส้นละ 100 บาท ส่วนยางที่ใช้ไม่ได้ก็เส้นละ 30 บาทเป็นต้น ราคาตามตกลง ยางในกลุ่มที่ดอกสวยก็จะเอามาขายเป็นยางมือสองราคาเส้นละประมาณ 1500-2000 บาท เป็นการสร้างรายได้ที่ดีมาก แต่ส่วนใหญ่ก็ได้ไม่เยอะ จากที่สังเกตดูตอนนี้ก็เอามาโพสขายในกลุ่มfacebook เกี่ยวกับกลุ่มรถบรรทุกต่างๆบางรายก็มีหน้าร้าน มีกลุ่มลูกค้าของตนเอง ในส่วนนี้ก็จะขายง่าย และในส่วนของยางที่มีโครงดี หมายถึงโครงสร้างดี ยางผลิตปีใหม่ มีรอยปะน้อย ในยางรถบรรทุกเกรดนี้ก็จะคัดเอาไปขายให้กับ ร้านอัดดอกยางมือสอง เพื่อเป็นโครงสร้างในการอัดดอกยาง ก็จะขายได้เส้นละประมาณ 400-500 บาท ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่ดี ส่วนร้านอัดดอกยางก็ได้ประโยชน์ไม่ต้องวิ่งออกหารับซื้อยาง ต่างคนต่างได้ประโยชน์        
  1. การรีไซเคิลในส่วนของยางที่ใช้ไม่ได้ ยางรถบรรทุกที่ใช้ไม่ได้นั้นก็ได้แก่ยางที่ ระเบิด หน้ายางร่อนเยอะ ไม่สามารถเอามาใช้รียูสได้ ในกลุ่มนี้ผมมองว่าเป็นกลุ่มที่น่าสนใจมาก  เพราะหลายๆท่านไม่สนใจ การรีไซเคิลยางกลุ่มนี้ก็มีรายละเอียดแตกต่างไป
    1. การรีไซเคิลเพื่อแยกเอาส่วนประกอบต่างๆของของยางออก ในการรีไซเคิลส่วนนี้ผมเคยเห็นกรรมวิธีการผลิต ถือว่าสุดยอดมาก การรับซื้อยางกลุ่มนี้ทางผู้รับซื้อก็จะตัดหน้ายางคือส่วนที่สัมผัสดิน) รับซื้อโดยให้ผู้ขาย ตัดหน้ายางออก และตัดเป็น 3 ส่วนสำหรับยาง1 เส้น และแก้มยางก็ต้องตัดออก 2 ฝั่ง และตัดออกเป็น 3 ส่วนเช่นเดียวกัน เพราะเนื่องจากจะได้ง่ายสำหรับการเอาเข้าเตา ลักษณะของเตาหลอมยางก็จะเหมือนกับถังน้ำใหญ่ๆที่ติดบนรถบรรทุก และมีฝาเปิดด้านหน้า เมื่อเอายางรถบรรทุกที่ตัด เข้าเตาไปจนเต็ม ก็จะใช้ไฟเผาจากด้านข้าง 2 ข้าง และในส่วนของเตานั้นก็จะหมุนได้ ใช้มอเตอร์เป็นตัวขับ สาเหตุที่ต้องหมุนเพราะยางจะได้ไม่ติด รวมตัวกันเป็นก้อน หลังจากที่ให้ความร้อนไประยะนึงแล้ว ก็จะได้คาร์บอนจากยางรถยนต์ โดยเครื่องหลอมยางนั้นก็จะมีตัวดูดคาร์บอนออกมาเก็บไว้ ซึ่งคาร์บอนส่วนนี้สามารถขายได้ ที่เข้าใจคือน่าจะเอาไปขายเป็นผงคาร์บอนสำหรับหมึกพิมพ์ไม่แน่ใจว่าจะถูกหรือป่าวเพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้บอกไว้555 และส่วนที่ได้ส่วนที่สองคือส่วนของน้ำมันเตา น้ำมันส่วนนี้ก็ได้มาพอสมควร และส่วนที่สามที่ได้คือส่วนของเหล็กเส้นที่อยู่ในยางรถบรรทุก ส่วนนี่หลังจากที่หลอมเสร็จยางก็จะได้ประมาณเส้นละ 10 กิโลกรัม ก่อนหน้านี้ทางเตาหลอมยางรถยนต์ก็ติดต่อผมให้เข้าไปรับซื้อเศษเหล็กเส้น แต่ติดปัญหาที่ว่าเตาหลอมเหล็กไม่รับ อ้างว่าเหล็กกรอบ มีส่วนของคาร์บอนผสมอยู่เยอะเข้าเตาไม่ได้  แต่พอมาหาข้อมูลทีหลังเป็นเทคนิคการรับซื้อของทางเตาหลอมเหล็กก็ติดต่อเข้าไปซื้อเอง ไม่รับซื้อจากคนอื่น บีบราคาให้ต่ำลงอีกที เพราะเหล็กในส่วนนี้ไม่มีที่ไหนรับซื้อนอกจากเตาหลอม และการทำเหล็กเส้นยางรถยนต์เข้าเตาหลอมจะต้องอัดก้อน ให้เรียบร้อยเพื่อเข้าเตาได้ง่ายไม่ยุ่งติดกัน แต่ก็อีกนั่นแหละหาที่รับซื้อยากมาก
  2. ยางรถยนต์ รถบรรทุกเพื่อเอาไปเผาเป็นพลังงานทดแทน สำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์  ในกลุ่มอุตสาหกรรมปูนปกติก็จะมีการรับซื้อขยะ RDF(ขยะRDFคือขยะที่คัดแยกแล้วเหลือถุงพลาสติกและลดความชื้นแล้ว เพื่อเหมาะสำหรับเอาไปเผาใช้ทดแทนน้ำมันเตา) สำหรับการเผาหินปูนก็จะมีการรับซื้อเศษยางเพื่อเอาไปเผาเหมือนกัน การรับซื้อยางรถยนต์หรือรถบรรทุกนั้นก็จะรับซื้อราคาประมาณ 2 บาทต่อกิโลกรัม ก็ถือว่าเป็นราคาที่ใช้ได้ส่วนขนาดสำหรับส่งให้โรงปูนนั้นผมไม่มีข้อมูล
หลักๆการรีไซเคิลยางรถยนต์ก็มีประมาณนี้ สำหรับเพื่อนๆที่สนใจกำลังมองหาช่องทางการสร้างรายได้ก็ลองดูได้ครับเผื่อเป็นแหล่งเพาะเงินชั้นดี หวังว่าเพื่อนจะโชคดีนะครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-05-04 15:36:18




คัดของเก่า ขยะรีไซเคิลอย่างไรให้ขายได้ราคา

คัดของเก่า ขยะรีไซเคิลอย่างไรให้ขายได้ราคา


คัดของเก่า ขยะรีไซเคิลอย่างไรให้ขายได้ราคา

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

คัดของเก่า ขยะรีไซเคิลอย่างไรให้ขายได้ราคา

(เพื่อน) วันก่อนเอา ของเก่าไปขายเต็มเที่ยวรถกะบะ ได้แค่ 200 บาทเอง ได้น้อยมากเลย
(ผม) แล้วเอาไปขายได้คัดแยกหรือปล่าว
(เพื่อน) ไม่ได้คัดหรอก เก็บๆรวมใส่รถแล้วเอาไปขายเลย
(ผม) นั่นไง
    เป็นบทสนทนาระหว่างผมและเพื่อน เกี่ยวกับการเอาของเก่าไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า แต่เมื่อไปขายปรากฎว่าได้ราคาถูก เงินที่ได้มาน้อย เสียความรู้สึก อันที่จริงผมก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้ เคยทั้งเป็นผู้ขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า และตอนหลังก็มาเป็นผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าเองจึงเข้าใจ และอยากจะอธิบายให้เพื่อนได้เข้าใจการให้ราคาในร้านรับซื้อของเก่า

ส่วนที่มีผลกับราคารับซื้อของเก่าคือ

  1. การคัดแยกขยะ หากเราคัดแยกขยะ ของรีไซเคิลให้เรียบร้อยแยกเป็นหมวดหมู่ เช่น พลาสติกใส พลาสติกสี กระดาษลัง เศษกระดาษ แยกเรียบร้อย ร้านรับซื้อของเก่าจับชั่งน้ำหนักได้เลย ก็จะได้ราคาปกติที่ตั้งไว้ หากใส่ปนกันมารวมกันไปหมด เช่นพลาสติกรวมกับเศษกระดาษ ขวดแก้วต่างๆ ก็จะถูกตีเป็นราคาเหมา จะอยู่ที่ประมาณราคา 1 บาทต่อกิโลกรัม ราคาจะต่างกับการคัดแยกของออกมาเป็นหมวดหมู่มาก
  2. ราคาของเก่า ณ.ปัจจุบัน หากเป็นช่วงเศรษฐกิจดีราคาของเก่าก็จะดี แต่หากเศรษฐกิจไม่ดีราคาของเก่าก็จะถูก เพราะว่าความต้องการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลน้อยลง ราคาก็ลงตามกลไกตลาด

    การกำหนดราคาของเก่า ของร้านรับซื้อของเก่า

การกำหนดราคานั้นจะเป็นการกำหนดราคามาเป็นทอดๆ อย่างกรณีเศษเหล็ก เตาหลอมเหล็กก็จะกำหนดราคาซื้อเข้าเตาหลอมว่าเป็นราคากี่บาทต่อกิโลกรัม ให้กับทางตัวแทนส่งเหล็ก (ปกติเตาหลอมเหล็กจะไม่ซื้อเหล็กโดยตรงกับร้านรับซื้อของเก่า เพราะจะเครดิตกับทางตัวแทน เมื่อครบดิวก็จะมาเคลียร์เงิน ส่วนตัวแทนจะสำรองจ่ายเงินสดให้กับร้านรับซื้อของเก่า) ตัวแทนส่งเหล็กก็จะหักกำไรจากร้านรับซื้อของเก่า ปกติก็จะหักอยู่ประมาณ 0.20 บาท เมื่อร้านรับซื้อของเก่าได้ราคาจากตัวแทนส่งเหล็กก็จะหักราคาซื้อจากลูกค้า ปกติเหล็กหนาก็จะหักอยู่ประมาณ 0.80 บาท ส่วนเหล็กบางก็จะหักอยู่ 1.40 บาท เพราะการส่งเหล็กบางนั้นจะเปลืองค่าขนส่ง  กรณีของพลาสติกหรือเศษกระดาษก็จะเหมือนๆกัน
  ดังนั้นหากเพื่อนๆเอาของเก่าไปขาย หากต้องการได้ราคาดี ก็ควรคัดแยกขยะให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อความง่ายในการทำงานของร้านรับซื้อของเก่า ก็จะได้ราคาดี หวังว่าเป็นจะได้ราคาดีในการขายของเก่านะครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-04-27 08:56:40




ยุคโควิท คนเก็บของเก่ามาขายมากขึ้น

ยุคโควิท คนเก็บของเก่ามาขายมากขึ้น


ยุคโควิท คนเก็บของเก่ามาขายมากขึ้น

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

ยุคโควิท คนเก็บของเก่ามาขายมากขึ้น

  วันนี้ได้รับชมข่าว ช่องอมรินทร์ 34 ก็มีข่าวเกี่ยวกับคนเก็บของเก่ามาขายมากขึ้น จากเดิมที่คนไม่ค่อยเก็บของเก่ามาขาย แต่วันนี้เปลี่ยนไปคนเก็บของเก่ามาขายให้เรื่อยๆ  ของเข้าทั้งวันจนเคลียร์ของส่งขายแทบไม่ทัน ของเก่าบางรายการราคาก็ปรับราคาต่ำลง

   ของเก่าหลักๆที่นิยมมาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า

  • ขวดแก้ว ขวดแก้วก็จะเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่เหล่าบรรดาซาเล้ง หรือแม้กระทั่งแม่บ้านที่ต้องเก็บทำความสะอาดบ้าน เอามาขายเพื่อหารายได้  ขวดแก้วก็จะแบ่งเป็น 3 ตัวหลักๆก็คือ   1.แก้วขาว ก็คือขวดแก้วที่ใส ขาวสะอาดนั่นเอง ได้แก่ ขวดโซดา ขวดเหล้าเป็นต้น ราคาแก้วขาวก็จะราคาดีสุดในกลุ่มของขวดแก้ว จะอยู่ที่ 2.6 บาทต่อกิโลกรัม 2. แก้วสีชา ก็จะเป็นขวดในกลุ่มประเภทเครื่องดื่ม เช่นคาราบาว เอ็ม150 เป็นต้น ราคาตอนนี้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 2.4 บาทต่อกิโลกรัม 3.แก้วรวมก็ ก็จะรวมสีกันมารวมถึงขวดแก้วที่เป็นสีเขียวด้วย ราคาก็จะอยู่ที่ 2 บาทต่อกิโลกรัม ในกลุ่มของขวดแก้วนั้นผมมองว่า เป็นกลุ่มที่ราคาทรงตัว ราคาไม่ค่อยที่จะลงเท่าไหร่
  • เศษกระดาษลัง เศษกระดาษจับจั้ว กลุ่มนี้ก็เป็นสินค้าอีกตัวหนึ่งที่มีปริมาณเยอะ ราคาของกระดาษลังตอนนี้ก็อยู่ที่ประมาณ 2.5 บาทต่อกิโลกรัม เศษกระดาษลังนั้นถ้าเป็นพวกร้านขายของชำจะมีเยอะ หากเพื่อนๆท่านใดที่ต้องการสร้างรายได้ก็ลองไปติดต่อร้านขายของชำกันได้ครับ
  • กลุ่มของพลาสติก ก็ได้แก่ขวดน้ำ (Pet) ขวดพาสติกสี ในกลุ่มนี้ก็จะเป็นสินค้ายอดนิยมอีก เช่นกันที่เอามาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า ราคาช่วงนี้ก็จะลงมาบ้าง แต่ผมว่าก็ยังดี แทนที่จะเอาไปทิ้งสร้างมลพิษ เก็บรวบรวมเอามาขายสร้างรายได้
  • กลุ่มเศษเหล็ก ก็จะเป็นอีกกลุ่มนึงที่เอามาขายเรื่อย ในขอครัวเรือนนั้นเหล็กที่เอามาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าส่วนใหญ่ก็จะเป็น ราวตากผ้า โครงเตาแก๊ส ที่นอนสปริง แผ่นเมทัลชีท ซึ่งเหล็กเหล่านี้ก็จะอยู่ในกลุ่มของเหล็กบาง
  • เป็นของเก่าทั่วๆไปได้แก่ แบตเตอรี่ ทองแดง ทองเหลือง กลุ่มนี้ก็จะมีน้อย ไม่ค่อยมีมาขายกันเท่าไหร่ แต่ก็พอมีบ้าง

หาของเก่าจากไหนมาขาย

   อันนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจเลยครับ อันดับแรกคือเก็บทำความสะอาดของในบ้านก่อนเลย อันไหนที่สามารถเอามาขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าได้ ก็แยกไว้ ส่วนของตกแต่งของสะสมที่ไม่ได้ใช้กันแล้ว แนะนำว่าถ้าจะขายให้รวมรวมไว้เยอะๆและโทรเรียกคนที่รับซื้อของเก่า ของโบราณมาตีราคาจะได้ราคาที่ดีกว่า และเมื่อขายของในบ้านหมดแล้วอันดับต่อไปที่จะหาคือพวกตามถังขยะในส่วนนี้ก็จะมีของเก่าเยอะ แถมยังไม่ต้องซื้ออีก แต่ถ้าใครไม่เดือดร้อนก็ไม่ต้องถึงขนาดไปหาเก็บหรอกครับ ให้คนที่เขาเดือดร้อนไปเก็บกัน
    ในยุคที่หาเงินยากเช่นนี้ผมว่าการที่เราจะหารายได้เข้ามาเพื่อจุนเจือครอบครัวนั้นสำคัญ เอาใจช่วยสำหรับทุกท่าน ให้ผ่านพ้นไปได้ครับ

 





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-04-26 10:03:56




อยากเปิดร้านรับซื้อของเก่า ในยุคโควิท19

อยากเปิดร้านรับซื้อของเก่า ในยุคโควิท19


อยากเปิดร้านรับซื้อของเก่า ในยุคโควิท19

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

อยากเปิดร้านรับซื้อของเก่า ในยุคโควิท19

 พี่ครับ ตอนนี้ผมตกงานอยู่ และมีทุนอยู่หนึ่งก้อน ประมาณหนึ่งล้านบาท ถ้าลงทุนทำร้านรับซื้อของเก่าในช่วงนี้จะดีไหม? 
 ผมอยากทำร้านรับซื้อของเก่า ผมจะต้องเริ่มต้นอย่างไรครับ?
 ถ้าผมเปิดร้านรับซื้อของเก่า จะรับซื้ออย่างเดียว รับซื้อของเก่าเฉพาะตัว หรือลงเครื่องอัดมาอัดกระป๋องอลูมิเนียมดีไหม?
 เริ่มต้นทำร้านรับซื้อของเก่าจะต้องเริ่มอย่างไรครับ?
 คำถามเกี่ยวกับร้านรับซื้อของเก่าประมาณนี้ก็จะเข้ามาหาผมเรื่อยๆไม่ว่าจะเมาจากทางช่องยูทูป ทางไลน์ หรืออาจจะเป็นโทรศัพท์ ก็อันที่จริงถ้าผมสะดวกผมก็จะตอบให้ และยินดีที่หลายๆท่านมาถาม ผมว่าเป็นส่วนที่ดีที่ให้คำตอบเหล่านั้น เพื่อคลายความสงสัย
    ในยุคโควิทเช่นนี้ผมมองว่าหลายๆอาชีพซบเซาลง  ไม่ค่อยดี รวมถึงร้านรับซื้อของเก่า ก็ติดร่างแหไปเช่นกัน จะมีน้อยอาชีพบ้างที่ดี
ผมเคยตอบคำถามไปหลายท่านว่าหากทำร้านรับซื้อของเก่า ในช่วงนี้จะไม่ค่อยดี แต่ก็พอไปได้ เพราะว่าประชาชนซึ่งเป็นแหล่งที่มาของวัตถุดิบรีไซเคิลไม่มีเงิน จับจ่ายใช้สอย ไม่มีเงินซื้อของ ถ้าหากบางท่านที่รับซื้อกับโรงงานอุตสาหกรรม ก็เงียบเช่นกันเพราะพิษเศรษฐกิจและตอนนี้เจอโรคระบาดทำให้หลายๆอุตสาหกรรมชะงัก โรงงานไม่มีงานผลิต ของเก่าหรือของเสียก็ไม่ค่อยมีเช่นกัน

    จะทำร้านรับซื้อของเก่าอย่างไร ในยุคโควิท

จริงแล้วถ้าใครสนใจอยากทำร้านรับซื้อของเก่า ก็ทำไปเลยครับ เพราะว่าร้านรับซื้อของเก่าเป็นร้านรับซื้อของเสีย ของเก่า ของเหลือใช้ ในช่วงที่หลายๆคนไม่มีเงิน แต่ก็จะมีบางส่วนที่ที่ยังอยู่ได้ ยังมีของเก่า ของเหลือขายอยู่ หรือบางทีอาจจะมีของเก่าเข้ามาขายเรื่อยๆเพราะหลายๆท่านตกงานไม่มีรายได้ ก็หาของเก่ามาขายเพื่อสร้างรายได้ประทังชีวิตไปก่อน แต่ต้องระมัดระวังนิดนึง

 เทคนิคทำร้านรับซื้อของเก่ายุคโควิท

1.ช่วงแรกที่ลงทุน อย่าเอาเงินไปจมกับโครงสร้าง โรงเรือน และเครื่องจักรเยอะ ใช้เท่าที่จำเป็น ควรเก็บเงินไว้หมุนให้เยอะ
2.ซื้อมาขายไปทำกำไรระยะสั้น
3.ซื้อของเก่าเผื่อราคาของเก่าลง
4. ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก
5.ในช่วงแรกที่เปิดร้านรับซื้อของเก่า อาจจะเงียบให้แบ่งเงินส่วนนึงมาลงทุน ขายพวกเมทัลชีทมือสอง ถัง200ลิตร สังกะสีเก่า เหล็กเก่า ก็จะเป็นตัวช่วยให้เรามีรายได้ มีเงิน มีลูกค้าเข้าร้าน จะได้มีกำลังใจทำร้านรับซื้อของเก่า 
ก็หวังว่าจะเป็นข้อมูลดีๆสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการทำร้านรับซื้อของเก่ากันอยู่ ขอให้ทุกๆท่านโชคดีและผ่านพ้นไปด้วยกันครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-04-23 21:12:11




สถานการณ์ร้านรับซื้อของเก่า

สถานการณ์ร้านรับซื้อของเก่า


สถานการณ์ร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

  สถานการณ์ร้านรับซื้อของเก่า

ผ่านมา 2 เดือนจากปี 2563  เศรษฐกิจในประเทศไทย รวมถึงเศรษฐกิจโลก ส่อแววว่าจะไม่ดีเอาเลย ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเกิดหลายเหตุการณ์ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดได้ เช่น บริษัท Chevrolet ปิดกิจการลง ลดราคารถยนต์ลงกว่า50 % และ ขายกิจการให้กับจีน   บริษัทโตโยต้า ปลดพนักงานระดับ Superviser ออก1ชุด บริษัท Honda เพิ่มวันหยุด และยิ่งกว่านั้นเกิดโรคระบาด Covid 19 จีนสั่งปิดประเทศ และซึ่งยังไม่มีวัคซีนออกมารักษา รักษาเพียงตามอาการ  ธุรกิจท่องเที่ยว ซบเซาอย่างไม่มีมาก่อน จนหลายๆโรงแรมประกาศขายโรงแรม  ราคาทองปรับขึ้นสูงในช่วง 10 ปี สำหรับท่านใดที่เคยติดดอยอยู่ช่วงนี้เป็นโอกาสทองที่จะลงจากดอย  ผมมองว่าสถานการณ์เช่นนี้ เป็นวิกฤตการณ์ฟองสบู่แตก หนักกว่าปี 2540 แน่นอน

  สถานการณ์ต่างๆเหล่านี้ ถือว่าเป็นปัจจัยลบทำให้ ราคาของเก่าตกต่ำลง ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น ทองแดงจากที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 200 บาท/กก มาวันนี้อยู่ที่140 บาท/กก เป็นราคาที่ต่ำมาก ไม่เคยมีมากก่อนในช่วง10 ปีที่ผ่านมา หรืออย่างกรณีเศษเหล็ก ราคาที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ 10 บาท/กก แต่ก็ลงมาอยู่ที่ 8 บาท/กก จนตอนนี้บางเตาหลอมปิดกิจการลง และสำหรับผู้ประกอบการที่ประมูลของเก่าจากโรงงาน ผมมองว่าน่าจะมีผลกระทบในไม่ช้านี้ เพราะหลายๆโรงงานปิดกิจการลง เป็นวงจรของธุรกิจ

   สถานการณ์ช่วงนี้เป็นช่วงขาลงของร้านรับซื้อของเก่า ราคาสวิงตัวสูง ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าหากปรบตัวไม่ทันจทำให้ขาดทุนเอาง่ายๆ สำหรับท่านใดที่เพิ่งเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ๆก็อาจจะมองวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสก็ได้ คือ 1.ไม่ต้องลงทุนสูง เพราะราคาตกอยู่แล้ว ใช้เงินเพียงน้อยในการทำร้านรับซื้อของเก่า 2.อาจจะเข้าไปซื้อของเก่ายังโรงงานที่ปิดกิจการลงก็ได้ซึ่งจะมีของดีๆเยอะ 3.ถ้าผ่านช่วงนีไปได้ถือว่าคุณประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจร้านรับซื้อของเก่า 
  ข้อแนะนำการทำร้านรับซื้อของเก่าในช่วงนี้คือ
1. ซื้อมาขายไปดีที่สุด ได้กำไรเล็กน้อยดีกว่าขาดทุน
2.ซื้อของเผื่อราคาของเก่าลง กันราคาของเก่าลงจนขาดทุน
3.ลดค่าใช้จ่ายลงให้มากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้จะยาวถึงเพียงไหน
4.เก็บเงินสำรองไว้ใช้จ่ายเพียงจำเป็น
  หวังว่าเพื่อนร้านรับซื้อของเก่าจะโชคดีในการทำร้านรับซื้อของเก่าในช่วงสถานการณ์แบบนี้ 




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2020-02-29 10:09:16




สาเหตุที่ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศตกต่ำ

สาเหตุที่ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศตกต่ำ


สาเหตุที่ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศตกต่ำ

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

     สาเหตุที่ทำให้เศษเหล็กภายในประเทศราคาตกต่ำ
   ในปี 2562 ถือว่าเป็นปีที่ราคาเศษวัสดุเหลือใช้ หรือของเก่ามีราคาผันผวนที่ค่อนข้างที่จะมากทำให้ร้านรับซื้อของเก่าและบริษัทรีไซเคิลหลายๆแห่งปรับตัวไม่ค่อยทัน   เริ่มจากปลายปีก่อน บรรดากลุ่มพลาสติก ราคาตกต่ำลงมา สาเหตุมาจากไม่สามารถส่งไปยังประเทศจีนได้  ประเทศจีนงดรับขยะรีไซเคิลเข้าประเทศ เพราะอันเนื่องมาจาก มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษในประเทศเอง ตามมาเป็นในกลุ่มของประเภทกระดาษ ในต้นปี 2562 ราคากระดาษลัง จะอยู่ที่ 4 บาทกว่า ถึง 5 บาท ปรับต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึง ณ.เดือนตุลาคมปี 2562 กระดาษลังส่งอยู่ น่าโรงอัดกระดาษ ราคาที่ 2 บาทกว่า ถือว่าเป็นช่วงวิกฤตของกระดาษลัง
     ในกลางปี 2562 ถือว่า เป็นช่วงวิกฤตที่สำคัญของราคาเศษเหล็ก ค่อนข้างที่จะมีผลกระทบมากในกลุ่มร้านรับซื้อของเก่าหรือผู้ที่ประมูลเศษวัสดุเหลือประเภทเหล็กรวมถึงลูกค้าที่ขายเศษเหล็กเองก็ตาม ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีราคาเศษเหล็กจะอยู่ที่ 9 บาทกว่าจนถึง 10 บาท แต่ พอมากลางปี 2562 ราคาเศษเหล็กปรับราคาลงเรื่อยๆจนถึง ณ.ปัจจุบันเดือนตุลาคมราคาเศษเหล็กหน้าเตาหลอมอยู่ที่ 7 บาทกว่า (ซึ่งอันที่จริงเศษเหล็กภายในประเทศไม่เพียงพอต่อการหลอมเหล็กอยู่แล้ว)
   สาเหตุหลักๆที่ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศราคาตกต่ำ
  1. เหล็กรูปพรรณจากประเทศจีนทะลักเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งหลายๆท่านทราบดีกันอยู่แล้วว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิต สินค้าออกมาขายในราคาที่ถูก ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ สินค้าต่างๆ รวมถึงสินค้า กลุ่มประเภทเหล็กด้วย เพราะเนื่องจากประเทศจีนผลิตได้ในราคาที่ต้นทุนต่ำ และยิ่งภาครัฐบาลของประเทศจีนมีการสนับสนุนนโยบายเกี่ยวกับทางด้านเหล็ก เช่นการแปลงหนี้สินให้เป็นทุน การลดอากรการส่งออก การสนับสนุนด้านพลังงาน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เหล็กภายในประเทศจีนมีราคาที่ถูกลงมากกว่าเดิม  และอันเนื่องจากปัจจุบันประเทศจีนมีปัญหาเรื่องภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวภายในประเทศเอง ไม่มีการเจริญเติบโตเท่าที่ควร จึงมีการผลักดันขายเหล็กรูปพรรณออกจากต่างประเทศ ประเทศหลักๆที่นำเข้าเหล็กกันเยอะๆ คือ 1 สหรัฐอเมริกาและ 2 ประเทศไทย แต่เหล็กรูปพรรณของจีนนี้ไม่สามารถ ส่งเข้ากับประเทศสหรัฐอเมริกาได้ เพราะสหรัฐอเมริกามีการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กรูปพรรณ ค่อนข้างที่จะสูง เลยเป็นปัจจัยให้เหล็กรูปพรรณของจีน ทะลักเข้าสู่ประเทศไทยและประเทศอาเซียน
  2. การเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศในราคาที่ต่ำ เมื่อเทียบเมื่อเทียบกับหลายประเทศ  กรณีอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในการเก็บภาษีเหล็กเส้นรูปพรรณจะเก็บภาษีอยู่ที่ 106-110 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศไทยนั้นเก็บอยู่ที่ 12 ถึง 36 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา และเมื่อเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศอินเดียในการเก็บภาษีเหล็กแผ่นรีดร้อน กรณีที่เป็นเหล็กแผ่นรีดร้อนประเทศอินเดียเก็บภาษีอยู่ที่ 489 ถึง 561 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศไทยจะเก็บอยู่ที่ประมาณ 30.9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกันแล้วถือว่า เป็นการเก็บภาษีที่ต่ำ จากการเก็บภาษีที่ต่ำนี้เองเป็นช่องว่างให้เหล็กรูปพรรณจากจีนทะลักเข้าสู่ไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้เตาหลอมไว้หลายแห่ง ลดกำลังการผลิตลง หันมานำเข้าเหล็กรูปพรรณจากจีนมากขึ้น หรือบางแห่งอาจจะปิดไลน์ผลิตไปเลยแล้วก็หันมานำเข้าเหล็กรูปพรรณแทน เพราะว่าต้นทุนต่ำกว่าการผลิตเอง ที่ไม่ได้มีการสนับสนุนจากภาครัฐ
  3. ปัญหาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันมีการชะลอตัวในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ แล้วบวกกับปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ยิ่งกระตุ้นให้ ภาวะเศรษฐกิจซบเซามากยิ่งขึ้น
    สิ่งที่น่าสนใจที่จะทำให้ราคาเศษเหล็กในประเทศปรับตัวมากยิ่งขึ้นคือภาครัฐบาล หากกรณีที่ ทางภาครัฐมีการสร้างโครงการใหญ่ๆเช่น รถไฟฟ้าความเร็วสูง ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก eec ถ้าโครงการใหญ่ๆเหล่านี้ทางภาครัฐสนับสนุนให้ใช้เหล็กภายในประเทศก่อนและหากเหล็กไม่เพียงพอจริงๆจึงค่อยนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ จะช่วยให้ เศษเหล็กบ้านเราปรับตัวดียิ่งขึ้น
 หวังว่าร้านรับซื้อของเก่าและบริษัทรีไซเคิลหลายๆแห่งปรับตัวได้ทันในช่วงที่ราคาของเก่าผันผวนเช่นนี้ ขอให้โชคดีครับ 






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-10-25 10:51:59




กระแส รับซื้อของเก่าในปี 2563

กระแส รับซื้อของเก่าในปี 2563


กระแส รับซื้อของเก่าในปี 2563

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

       กระแส รับซื้อของเก่าในปี 2563
    ในปี 2562 มีหลายอย่างเกิดขึ้นในร้านรับซื้อของเก่าอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราคาเศษวัสดุเหลือใช้ตกต่ำ โดยเริ่มจากราคาเศษพาสติกก่อน และตามลงมาก็คือราคาเศษกระดาษปรับราคาลงมาจากราคาทรงๆตัวที่ 4 บาท/กก.เหลือ 2.5บาท/กก. ร้านรับซื้อของเก่าและผู้ประกอบการรีไซเคิลต่างก็มาร้องโอดครวญ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าการค้าขายของเก่า วัตถุดิบรีไซเคิล เศษสแคร๊ปต่างๆ ไม่ได้ซื้อขายและใช้เองภายในประเทศอีกต่อไป แต่จะมีตลาดใหญ่อยู่ที่ประเทศจีนเป็นตัวแปรหลัก  ราคาพาสติกและกระดาษตกต่ำมีผลมาจากจีนไม่อนุญาตให้นำเข้าประเทศเนื่องจากมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และกระดาษต่างประเทศที่เคยส่งให้จีนทะลักเข้าไทย เลยส่งให้ราคาลดลงเรื่อยๆ
   ส่วนเหล็กนั้นช่วงต้นปีถึงกลางปีราคาก็ทรงตัวและแนวโน้มว่าจะดีเนื่องจากเศษเหล็กภายในประเทศขาดตลาด ร้านรับซื้อของเก่าที่ทำเกี่ยวกับเหล็กคึกคัก แต่แล้วเมื่อเจอเหล็กรูปพรรณจากจีนซึ่งมีราคาถูกกว่าการผลิตภายในประเทศมาตีตลาดเข้าไทยและอาเซี่ยน ผู้ประกอบการเกี่ยวกับเหล็กต่างๆเลยลดกำลังการผลิตหรือบางบริษัทปิดไลน์การผลิต และหันมาสั่งเหล็กจากจีนแทนเลยทำให้ตลาดเหล็กในบ้านเราผันผวน  ส่วนราคาเศษเหล็กนั้นไม่ต้องพูดถึง ราคาตกต่ำ ร้านรับซื้อของเก่าที่ส่งเศษเหล็กไม่ทันก็ต้องรับภาวะขาดทุนกันไป
  ทองแดงและอลูมิเนียมราคาก็ตกลงอีกเช่นกัน ซึ่งเดือนตุลาคม2562นี้ ทองแดงปอกอยู่ที่ 170 บาท/กิโลกรัม ถือว่าเป็นช่วงราคาทองแดงต่ำสุดที่มีมา
  ส่วนในปี 2563 นี้ส่วนตัวผมที่ว่าน่าทำในร้านรับซื้อของเก่า คือ ขวดแก้ว เพราะในปี 2562 ราคาจะนิ่งๆ บางช่วงมีการปรับราคาขึ้น และข่าวจากฐานเศรษฐกิจ ได้กล่าวว่า บริษัท BJC ได้ลงทุนกว่า 1000 ล้านบาท ขยายฐานการผลิตขวดแก้วและพัฒนาศูนย์วิจัยในจังหวดสระบุรี เพื่อรองรับลูกค้าพรีเมี่ยมและเทรนโลกที่ตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม
ซึ่งก่อนหน้านี้ลงทุนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว กว่า 5000 ล้าน และล่าสุดจะเปิดเตาหลอมที่ 5 ซึ่งมีกำลังการผลิตกว่า 1100 ตันต่อวัน  น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับร้านรับซื้อของเก่าที่กำลังมองหาช่องทางในการทำกำไรในวัตถุดิบรีไซเคิลนี้อยู่ และการลงทุนต่อหน่วยถือว่าถูก และมีวัตถุดิบให้เล่นอีกมาก หากประเทศจีนไม่มาแทรกแซงกลไกลตลาดอีกก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-10-07 15:06:16




การทำร้านรับซื้อของเก่า ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี

การทำร้านรับซื้อของเก่า ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี


การทำร้านรับซื้อของเก่า ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   การทำร้านรับซื้อของเก่าในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี
  การทำร้านรับซื้อของเก่า ณ ปัจจุบัน มีคนนิยมมากมายในการทำธุรกิจร้านรับซื้อของเก่านี้ แล้วก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ปิดกิจการร้านรับซื้อของเก่าไปเช่นกัน มีหลายปัจจัยมาก ที่ทำให้ร้านรับซื้อของเก่าปิดตัวลงไป สาเหตุหลักๆคือ รายได้ไม่พอกับรายจ่าย หรือเรียกง่ายๆว่าไม่มีของเก่าเข้าร้านนี่เอง
   จากประสบการณ์ตรงของผมที่ทำร้านรับซื้อของเก่ามา ผมมองว่าการทำร้านรับซื้อของเก่าในปัจจุบันทำได้ยากกว่าเดิม เนื่องจากราคาวัตถุดิบรีไซเคิล ราคาไม่คงที่ ราคามีการ Swing ตัวสูง วัตถุดิบรีไซเคิลหลายประเภทนำเข้าจากต่างประเทศ  จึงทำให้วัตถุดิบรีไซเคิลภายในประเทศราคาตกต่ำ และยิ่งเศรษฐกิจภายในและต่างประเทศถดถอยยิ่งทำให้ธุรกิจร้านรับซื้อของเก่าและรีไซเคิลซบเซายิ่งกว่าเดิม
    วัตถุดิบรีไซเคิลที่มีผลกระทยในช่วง1 ปีที่ผ่านมา
  1.  ราคาเศษกระดาษลัง จากก่อนหน้านี้ ราคาจะอยู่ประมาณ 5 บาท หรือถูกลงมาหน่อยจะอยู่ที่ 4 บาทกว่า แต่ในช่วงของปีนี้ ระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ราคาใส่กระดาษปรับราคาลงอย่างน่าใจหาย จนเหลือราคา 2 บาทกว่า ทำให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าและบริษัทรีไซเคิลที่ประมูลกับโรงงานอุตสาหกรรม มีปัญหาอย่างยิ่ง เนื่องจากราคาที่ประมูลเสนอราคากับโรงงานไว้กับราคาที่ขายในปัจจุบัน ราคาแตกต่างกันมาก จึงทำให้ประสบปัญหาภาวะขาดทุน สาเหตุของการที่เศษกระดาษปรับลงมานั้นอันเนื่องมาจาก ประเทศจีนไม่เปิดรับ วัตถุดิบรีไซเคิลประเภทกระดาษ ทำให้ ประเทศต่างๆที่เคยส่งวัตถุดิบรีไซเคิลประเภทกระดาษให้กับจีนนั้นหันทิศทางมาส่งให้กับไทยและกลุ่มประเทศอาเซี่ยน เลยทำให้ราคาเศษกระดาษภายในประเทศตกต่ำลง
  2.  ราคาทองแดง ตกต่ำจากเดิมอยู่ที่ 190 บาทถึง 200 บาท มา ณ.ปัจจุบันราคาตกต่ำลงเหลืออยู่ที่ประมาณ 170 บาท อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจไม่มีการเจริญเติบโต ไม่มีการใช้ วัตถุดิบประเภททองแดงในอุตสาหกรรมต่างๆ เมื่อไม่มีความต้องการในการใช้วัตถุดิบประเภทนี้จึงทำให้ราคาทองแดงปรับลง
  3. ประเภทเศษเหล็ก เศษเหล็กก็อยู่ในกลุ่ม ของประเภททองแดงเช่นเดียวกัน ก็คือเศรษฐกิจไม่ดีไม่มีการใช้ เศษเหล็ก ในภาคอุตสาหกรรมหรือโครงการใหญ่ๆของภาครัฐ  และยิ่งรัฐบาลมีการอนุญาตให้นำเข้าเศษเหล็กจากต่างประเทศ หวังว่าต้นทุนการผลิตเหล็กรูปพรรณ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ราคาเศษเหล็กภายในประเทศตกต่ำ ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าและรีไซเคิลเป็นปัญหา
  4. ประเภทพลาสติก ราคาก็ตกต่ำลงมาเช่นเดียวกัน สาเหตุหลักๆมาจากประเทศจีน มีนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ไม่ให้นำเข้าวัตถุดิบประเภทพลาสติก จึงมีผลทำให้ พลาสติกที่ เคยนำส่งออกไปสู่ประเทศจีนไม่สามารถขายได้ราคาตกต่ำเช่นเดียวกัน
    วิธีทางและแนวทางการแก้ไขปัญหาเหล่านี้สำหรับผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่า
  1. รัานรับซื้อของเก่าจะต้องทำกำไรระยะสั้น ซื้อมา ขายไป ลดสต๊อกภายในร้านรับซื้อของเก่าตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อลดอัตราการเสี่ยง ในภาวะการขาดทุน
  2. การเสนอราคาซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบรีไซเคิล ควรเสนอราคา เผื่อสำหรับ ราคาปรับลงเพื่อป้องกันผลกระทบจากราคาปรับลง
  3. ซื้อขายเป็นเงินสดและเก็บเงินสดสำรองเผื่อฉุกเฉิน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก
เทคนิคการแก้ปัญหาเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่า จะมีปัญหาน้อยสุดในสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี หวังว่าเพื่อนๆผู้ประกอบการรับซื้อของเก่าหลายๆท่านคงจะโชคดีในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดีในช่วงนี้ เอาใจช่วยให้เพื่อนๆทุกท่านโชคดีครับ สวัสดีครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-09-13 11:42:27




รับซื้อของเก่าแบบไหน ลงทุนน้อยและกำไรดี

รับซื้อของเก่าแบบไหน ลงทุนน้อยและกำไรดี


รับซื้อของเก่าแบบไหน ลงทุนน้อยและกำไรดี

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

รับซื้อของเก่าแบบไหนลงทุนน้อยและกำไรดี

   โดยปกติแล้วการรับซื้อของเก่าเพื่อนๆก็จะนึกถึงการรับซื้อ กระดาษ พลาสติก เศษเหล็ก ขวดต่างๆ  ซึ่งก็จะเป็นการรับซื้อของเก่าโดยทั่วไป  ในส่วนนี้จริงๆแล้วเราไม่สามารถทำกำไรได้เยอะ เนื่องจากว่ามันมีราคากลางออกมา อย่างในกรณีเศษเหล็ก ทางเตาหลอมก็จะส่งราคามาให้กับทางตัวแทน ทางตัวแทนเศษเหล็กก็จะส่งราคาให้กับทางร้านรับซื้อของเก่า ราคาก็จะส่งกันเป็นทอดๆซึ่งอันที่จริงราคาก็จะไม่ทิ้งกันมาก เวลาทำกำไรก็จะทำได้ไม่เยอะ พวกกระดาษหรือพลาสติกก็เหมือนกัน  และการรับซื้อของเก่าที่แยกย่อยออกไป ที่จริงแล้วมันจะมีการแยกย่อยออกไปอีกเยอะมาก เช่น การซื้อขาย พาเลท พลาสติก การซื้อขายพาเลทพลาสติกมือสอง กรณีที่เป็นพาเลทพลาสติกแตก ทางผู้รับซื้อจะจัดส่งให้กับทางโรงโม่พลาสติก ส่วนพาเลทดีก็จะแยกขายเป็นตัว การรับซื้อแบตเตอรี่  การรับซื้อเศษเหล็กมือสอง เพื่อที่ว่านำเหล็กมือสองเหล่านี้ ไปขายหน้าร้านสำหรับลูกค้าใช้เศษเหล็กไม่เยอะ การรับซื้อของเก่าพวกนี้ก็จะมีอยู่เยอะมากเลย แต่หลักๆเขาจะไม่ค่อยสอนกันเพราะเนื่องจากว่ากลัวมาแย่งอาชีพ จากที่สังเกตดูเขาจะสอนกันเฉพาะญาติพี่น้องกันเท่านั้น และพาญาติพี่น้องมาทำ  ก็จะไม่เหมือนกับการรับซื้อของเก่าทั่วไปที่ว่ามีแฟรนไชส์ ดังๆต่างๆเปิดสอนกันอยู่ คือเขาก็จะเปิดสอนตัวพื้นฐาน ที่ว่ามีตลาดอยู่แน่นอน


    วันนี้ผมก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องการรับซื้อของเก่า ลงทุนน้อยและได้กำไรดี คือผมไปเปิดดูทางอินเทอร์เน็ต ก็มีกลุ่มงานประเภทนี้ ผมก็เลยมาเล่าให้ฟังแล้วกัน ก็คือการรับซื้อของเก่าตามตามบ้าน ที่ว่าต้องการย้ายบ้าน  ต้องการจะกลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด และต้องการขนของน้อยๆ ไม่อยากขนย้ายจำนวนเยอะเปลืองค่าขนส่ง ของเก่าพวกนี้คือเขาก็จะขายออกเลยเช่น ชั้นวางของ ตู้เสื้อผ้า ทีวี ตู้เย็นต่างๆ หรือในกิจการบางที่ว่าเขาปิดกิจการ แล้วก็จะมีพวกของวัสดุเหลือใช้พวกนี้ กรณีที่ว่าเป็นร้านอาหารก็จะเป็นประมาณว่าเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้แช่ แอร์ หรือพวกร้านพวกเสื้อผ้า รองเท้าต่างๆ  ก็จะมีพวกชั้นวางของ พวกกระจก หุ่นโชว์ ต่างๆ ที่ผมบอกว่าพวกนี้สามารถทำกำไรได้ดี เพราะว่าการรับซื้อของเก่าทั่วไปไปมันจะไม่มีราคากลางมาเป็นตัวกำหนด แต่กรณีการรับซื้อของเก่าในลักษณะนี้ ประมาณนี้ มันก็จะไม่มีราคากลางมาเป็นตัวกำหนด  จะอาศัยความพึงพอใจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ซึ่งในส่วนนี้คือทางผู้ซื้อและผู้ขายจะเป็นคนกำหนดราคากัน  การซื้อขายในการแบบการประเมินด้วยความพึงพอใจมันก็จะมีข้อดีสำหรับผู้ซื้อเพราะว่าสามารถรับซื้อของเก่าได้ในราคาถูก เช่น ในกรณีแอร์เก่า 9000 btu ทั้งผู้ซื้อเริ่มแรกเดิมทีเข้ามาในราคาตัวที่อยู่ประมาณสักหมื่นต้นๆ ประมาณสักหมื่นสองหมื่นสามพร้อมติดตั้งนะครับผมเขา อาจจะถ่ายให้ในราคา 2,500 บาทในส่วนนี้ก็คือทางเราเป็นผู้ซื้อเราก็สามารถแจ้งเหตุผลให้กับทางผู้ขายได้ว่าเราสามารถซื้อในราคาต่ำลงได้นะครับ คือเราก็แจ้งทางลูกค้าไปว่า เราซื้อ 2,500 บาทเราจะต้องไปบวกกำไรเพิ่มขึ้น แล้วทางลูกค้าที่ซื้อต่อจากเราไปเขาจะต้องไปจ้างช่างสำหรับติดตั้ง ในส่วนนี้คือประกันมันจะหมดแล้ว เมื่อบวกลบคูณหารการจ้างช่างไปติดตั้งใหม่ มีการแวคน้ำยา แล้วประกันที่หมดแล้ว บวกลบคูณหารทางลูกค้าเนี่ยก็คือเขาจะซื้อแอร์ใหม่  เพราะว่าค่าใช้จ่ายมันสูง และเขาก็ไม่มั่นใจกับคุณภาพที่ได้ เราก็อาจจะแจ้งทางผู้ขายว่าเราสามารถซื้อได้ตัวละ 800 บาทหรือ 1,000 บาทผมซึ่งจะทำให้เรารับซื้อของเก่าได้ในราคาต่ำลง เราก็ต้องหาเหตุผลดีๆไปแจ้งให้กับทางผู้ขายเพื่อลดราคา หรือยังในกรณีที่ว่าเป็นเป็นหุ่นโชว์ หรืออาจจะเป็นพวกชั้นวางของสำหรับร้านขายรองเท้าแฟชั่นเสื้อผ้าแฟชั่น ในส่วนนี้เราก็อาจจะแจ้งกับทางผู้ขายว่า ตัวหุ่นโชว์ส่วนใหญ่เขาก็จะไปหาตามแหล่งขายที่ว่าเขาขายของมือ 1เพราะว่ามันมีให้เลือกหลายอย่าง อย่างกระจกคือลูกค้าที่ว่าเขาใช้กับของที่เรามีขายอยู่มันหาค่อนข้างที่จะยาก จนกว่าที่เราจะได้ขายเอามันต้องใช้ระยะเวลานาน เราก็แจ้งเหตุผลเหล่านี้ต่างๆให้กับทางผู้ขาย เมื่อผู้ขายฟังเหตุผลดีๆจากเราไป ประจวบเขาว่าเขาไม่อยากขนย้ายและเขาไม่อยากจ้างช่างมาปลดสำหรับแอร์ ในส่วนนี้เขาก็จะตัดใจขายให้กับเราในราคาที่ถูก เพื่อนๆก็ต้องหาเหตุผลไปต่อรองกับทางผู้ขายเพื่อเราจะได้รับซื้อของเก่าในราคาถูกลง
  แหล่งตลาดของเก่าสินค้าประเภทนี้ก็คือ
  1.  ติดต่อขายให้กับทางพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด ที่เขาขายของมือสอง
  2. เปิดหน้าร้านขายแถวนิคมอุตสาหกรรม หรืแหล่งชุมชนต่างๆ ซึ่งบางคนจะมีงบน้อยหน่อยเขาอาจจะใช้ของมือสองเรา
  3. คือช่องทางในการขายทาง Facebook กลุ่มต่างๆ คือเราก็โพสต์ขายของที่เรามีอยู่ไปในกลุ่มต่างๆที่เราคิกว่ามีลูกค้าเราอยู่
ข้อดีของการรับซื้อของเก่าประมาณนี้คือเราจะได้ของในราคาที่ค่อนข้างที่จะถูก แต่ข้อเสียของการรับซื้อของเก่าประเภทนี้ก็ค่อนข้างที่จะมีเยอะเหมือนกันคือจะต้องมีรถขนย้าย แล้วก็ต้องมีทีมงานสำหรับในการขนย้ายเพราะว่าบางทีลูกค้าต้องการขายด่วน เรามีทีมงาน support  ขอฝากไว้นิดนึงละกันก็ในกรณีสำหรับเพื่อนๆที่รับซื้อของเก่าประมาณนี้ถ้าแบบมีรถกระบะหรือรถ 6 ล้อรับจ้างเลยก็จะเป็นการดี คือทำการรับจ้างขนย้ายในส่วนที่ไม่ต้องการขนก็รับซื้อเลย มันจะเอื้อธุรกิจกันดีมาก
 ส่วนร้านรับซื้อของเก่าทั่วไปที่ไม่นิยมรับซื้อของเก่าพวกนี้ เพราะว่าคือเขาต้องมีสถานที่จัดเก็บมาก แล้วของแต่ละชิ้นที่มันจะขายมันจะต้องใช้ระยะเวลานาน ซึ่งเขาก็อยากจะได้ของที่ว่าซื้อมาขายไปง่ายๆมากกว่าเช่น ขวด พลาสติก เหล็ก ประมาณนี้
ก็หวังว่าเพื่อนๆจะได้ประโยชน์พอสมควรนะครับผมก็ถ้ามีข้อมูลอะไรดีๆผมก็จะเอามาลงครับ ขอบคุณมากครับสวัสดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-09-01 19:40:45




สาเหตุที่ทำให้ราคากระดาษตกต่ำ

สาเหตุที่ทำให้ราคากระดาษตกต่ำ


สาเหตุที่ทำให้ราคากระดาษตกต่ำ

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

สาเหตุที่ทำให้ราคาเศษกระดาษตกต่ำ
     ปัญหาราคาใส่กระดาษตกต่ำมันเป็นปัญหา ณ.ปัจจุบันที่ทำให้ผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าหรือผู้ประกอบการรีไซเคิลทั่วไปค่อนข้างที่จะมีปัญหามากเลยครับ สำหรับร้านรับซื้อของเก่าที่ว่าซื้อมาขายไปในส่วนนี้ก็ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่  อาจจะมีบ้างในกรณีที่ลูกค้าอาจไม่ค่อยอยากขายของให้ แลในส่วนของผู้ประกอบการรีไซเคิลที่ไปประมูลกับทางโรงงานอุตสาหกรรมแล้วก็ มีสัญญาระยะยาวไว้ ในส่วนนี้ก็ต้องขาดทุนไป เพราะว่าราคาเศษกระดาษปรับลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดทุนสะสม หรือแม้กระทั่งท่านที่สต๊อกสินค้าไว้นะครับหวังเก็งกำไรเพื่อจะรอจังหวะกระดาษขึ้นนะครับ ส่วนนี้ก็ต้องขาดทุนกันพอสมควร 
      สาเหตุที่ทำให้ราคาใส่กระดาษตกต่ำ ผมก็พยายามไปหาข้อมูลต่างๆจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือแล้วก็หาจากบุคคลในวงการกระดาษ ซึ่งก็ได้ข้อมูลมาจากหลายๆที่แล้วก็อาจจะมาวิเคราะห์ให้เพื่อนๆฟังแล้วกัน
  1. ข้อมูลจากเว็บไซต์www.today.line.me เขาบอกว่าเมื่อกลางปี 2560 ทางรัฐบาลจีนมีประกาศที่จะยกเลิกนำเข้าขยะอุตสาหกรรมหรือที่เรียกว่าขยะรีไซเคิล  กลุ่มหลักๆของพวกนี้ก็คือจะเป็นพวกพลาสติก กระดาษที่ยังไม่แปรรูป แล้วก็ในอุตสาหกรรมสิ่งทอหรือแม้กระทั่งขี้สแลกของแร่ธาตุวาเนเดียม และผลกระทบ เขาบอกว่าหากในกรณีที่ประเทศจีนไม่นำเข้าอุตสาหกรรมประเภทนี้ วัตถุดิบรีไซเคิลขพวกนี้ก็จะเข้าสู่ประเทศอาเซียนต่างๆเช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนามต่างๆ
  2. ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.thailandbizchina.com ก็พูดเกี่ยวกับเรื่องระเบียบการนำเข้ากระดาษใหม่ อันนี้มันก็จะสอดคล้องกัน เขาบอกว่าเมื่อกลางปี 2560 จีนห้ามนำเข้าขยะขยะอุตสาหกรรมในกลุ่มต่างๆ
  3. ข้อมูลจากเว็บไซต์ประชาชาติดอทเน็ทเขาบอกว่าประเทศอังกฤษเขามีปัญหาค่อนข้างมากเกี่ยวกับนโยบายของจีน ที่ไม่ได้รับ ขยะ เพื่อการรีไซเคิล เพราะว่าก่อนหน้านี้เองทั้งประเทศอังกฤษเองเขาก็จะส่งวัตถุดิบเพื่อการรีไซเคิลให้กับประเทศจีน ทางประเทศอังกฤษก็ส่งให้กับจีนประมาณ 50,000ตัน ซึ่ง 55% เป็นกระดาษ อีก 25% เป็นกลุ่มพวกพลาสติก
  4. จากฐานเศรษฐกิจ บอกว่าประเทศจีนยึดไทยเป็นที่ทิ้งขยะ โดยการสำแดงเท็จในการนำเข้าวัตถุดิบรีไซเคิลจากต่างประเทศ
  5. ข้อมูลจากวงษ์พาณิชย์สํานักงานใหญ่ เขาบอกว่ายากกรณีที่ประเทศจีนงดรับขยะอุตสาหกรรม และมีนโยบายในการใช้วัตถุดิบรีไซเคิลภายในประเทศเอง ทำให้ราคากระดาษภายในประเทศจีนสูงขึ้น และบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศจีนกับประเทศไต้หวันก็มาทำการลงทุนในประเทศเวียดนาม เพราะเล็งเห็นว่าค่าแรงประเทศเวียดนามค่อนข้างที่จะถูก   ผมมองว่ามันจะทำให้การแข่งขันของกระดาษสูงขึ้น
      จากข้อมูลที่ผมสรุปมาได้นะที่อ่านมาค้นหามา หลักๆเลยคือทั้งประเทศจีนคือเขางดรับขยะอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกหรือกระดาษหรือแม้กระทั่งตัวอื่น ข้อมูลที่ผมได้คุยเพิ่มเติมกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับทางด้านกระดาษแล้วเขาบอกว่าจริงๆแล้วนะครับผมในประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นหรือแม้กระทั่งประเทศอังกฤษ ประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว เขาจะไม่ทำการรีไซเคิลพวกขยะอุตสาหกรรมภายในประเทศเอง เขาก็จะขายมาให้กับทางประเทศจีน ในส่วนนี้คือในกรณีที่ทางประเทศจีนเนาะเขางดรับก็คือวัตถุดิบพวกนี้คือมันก็จะล้นตลาด จะทะลักเข้าสู่ไทยแล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านเราต่างๆ
    ผมก็ขออนุญาตอธิบายการผลิตกระดาษ ในการผลิตกระดาษ ก็คือถ้าจะใช้เยื่อกระดาษแล้วก็กระดาษที่มีคุณภาพรวมถึงกระดาษภายในประเทศของเราเองเพื่อที่ว่าลดต้นทุนในการผลิต  ซึ่งโดยปกติแล้วก็ตามโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำเกี่ยวกับธุรกิจรีไซเคิลทางด้านนี้ เขาก็จะมีการนำเข้ากระดาษโดยทั่วไปอยู่แล้วซึ่งปีนึงเขาก็นำเข้าค่อนข้างที่จะเยอะ ซึ่งเขาก็คือไปเปิดออเดอร์จากต่างประเทศแล้วก็แย่งซื้อกับทางการของประเทศจีน แล้วเมื่อในกรณีที่จีนงดรับ จริงๆแล้วประเทศเหล่านี้คือเขาก็ไม่ได้วางแผนในการรีไซเคิลเองภายในประเทศอยู่แล้วคือเขาก็ทยอยขายให้กับทางกลุ่มประเทศอาเซียน เช่นไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ประเทศต่างๆเหล่านี้
  มันก็จะเป็นไปตามกลไกตลาด คือในกรณีที่แบบผู้ซื้อมีจำนวนน้อย และวัตถุดิบมีจำนวนเยอะมันก็จะทำให้ราคาต่ำลง และราคาเศษกระดาษจากต่างประเทศแล้วที่มีคุณภาพค่อนข้างที่จะดีราคาต่ำลง ส่งให้มีจำนวนเยอะ ผมทำให้มากดราคาภายในของประเทศไทยเอง จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ราคาทรงๆตัวอยู่ที่ 4 บาทลดลงต่ำลงมาเรื่อยๆ จนเหลือตอนนี้ล่าสุดที่สุดประมาณ 2 บาทหรืออ าจจะต่ำกว่าในบางร้าน ผมมองว่ามันจะคล้ายๆกับเมื่อ 10 ปีก่อนที่ทางการประเทศจีนนะเขาเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกแล้วก็เขาใช้เหล็กค่อนข้างที่จะเยอะ  ในตอนนั้นก็คือเศษเหล็กปรันราคาสูงขึ้นมากจากราคาประมาณ 10 บาทปรับขึ้นไปสูงจนแตะ 20บาท/กิโลกรัม และเมื่อวันที่จีนงดรับ ราคามันก็ลดลงเลยลงต่ำกว่า 5 บาท  ตอนนั้นมีคนขาดทุนกันเยอะเลย ซึ่งตอนนั้นก็คือทางการจีนต้องการเศษเหล็ก แต่ในส่วนอย่างคือมันจะให้คล้ายลักษณะเดิมคือจีนไม่รับ แต่คือของพวกเศษกระดาษเราไม่ได้ส่งให้จีนอยู่แล้วนะ แต่กระดาษจากต่างประเทศที่เขาส่งให้จีนคือส่งให้ไม่ได้มันก็ทะลักเข้าไทย เลยทำให้ราคาตกต่ำ ในส่วนตัวผมมองว่า ราคาใส่กระดาษยังไม่ขึ้นภายใน 1 ปี เพราะว่าในการนำเข้าแต่ละครั้งนะก็คือปกติ เขาจะซื้อจำนวนที่เยอะที่สุด พอราคามันต่ำเขาก็จะยิ่งทำการสต๊อกค่อนข้างที่จะเยอะ  ผมมองว่าอย่างเร็วที่สุดที่เศษกระดาษปรับขึ้นนะผมว่ามองเป็นปี ในส่วนตัวผมเองนะอาจจะผิดก็ได้อาจจะปิดก็ได้เดี๋ยวเราลองลองดูกัน สำหรับเพื่อนๆนะครับผมที่ทำธุรกิจในด้านนี้อยู่นะก็หวังว่าทำกำไรระยะสั้นพร้อมซื้อมาขายไปจบ สำหรับผู้ที่สต๊อกไว้ก็ต้องแบกรับภาระในส่วนนี้นิดนึง ผมก็หวังว่าเพื่อนๆหลายๆท่านโชคดีในธุรกิจของตัวเองนะครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-07-09 09:36:26




รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร

รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร


รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

รับซื้อของเก่า!!!! ระวังรับซื้อของโจร
   จริงๆแล้วผมมองว่ามันจะเป็นลักษณะเนื้อคู่กัน คล้ายๆกับกิ่งทองใบหยก เพราะว่าอาชีพร้านรับซื้อของเก่าค่อนข้างที่จะสุ่มเสี่ยงในการเจอของที่ลักขโมยมาขาย
   บทลงโทษของร้านรับซื้อของเก่าในการรับซื้อของโจร การจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือว่าทั้งจำทั้งปรับ จริงๆแล้วผมมองว่าบทลงโทษนี้ค่อนข้างที่จะเยอะ  มีโทษพอกับคนลักขโมยมาขายเลยครับ เพื่อนๆลองนึกภาพดูนะครับถ้าหากถูกจำคุก 5 ปีก็จะเสียอิสรภาพไปเยอะ
 วิธีการพิจารณาของศาลคือ เวลาศาลตัดสิน ศาลเขาจะมองดูถึงเจตนารมณ์ของเราเป็นหลัก
  1. พิจารณาจากราคาที่เราซื้อเป็นหลัก คือเราจะต้องซื้อของเก่าที่อยู่ในราคาตลาด ถ้าซื้อต่ำกว่าราคาท้องตลาดให้เราสันนิษฐานไว้ก่อนเลยนะครับผมว่าเป็นการรับซื้อของโจร อย่างเช่นถังแก๊สเก่าก็จะมีมาขายบ่อยในร้านรับซื้อของเก่า  " เฮียผมเอาถังแก๊สมาขาย ผมขายให้ถูกๆเลย ตอนนี้ผมเดือดร้อนเงิน ผมต้องการใช้เงินนะครับผมผมขายให้ถูกๆแค่ 500 บาทเอง"  ซึ่งเราจะต้องนึกถึงก่อนเลยนะครับผมว่าราคาถังแก๊สใหม่หลายพันแล้วมาขายให้ร้านรับซื้อของเก่าในราคา 500 บาท มันต้องผิดสังเกตแล้ว ศาลก็จะดูในส่วนนี้ก่อนเลยนะครับผม ว่าเราซื้อของต่ำกว่าราคาเป็นจริงหรือเปล่า
  2. เวลาในการซื้อ เวลาการซื้อก็สำคัญ คือเราอย่าไปซื้อช่วงเวลากลางคืนหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วเพราะศาลจะมองว่าเรามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ในการรับซื้อของเก่า ถ้าซื้อในเวลากลางวันมีคนพลุกพล่าน ก็จะถือว่าเราไม่มีเจตนา  ถ้าซื้อของเก่าเวลกลางคืนก็คือเราจะต้องสันนิษฐานไว้แล้วว่าเป็นการรับซื้อของโจร
  3.  การรับซื้อของเก่าก็คือทางราชการจะอนุญาตให้เราซื้อเฉพาะเศษสแคป เช่น ขวด กระดาษ พาสติก เศษเหล็ก พวกที่เป็นเศษของเสียหาย ของพวกนี้เราสามารถรับซื้อได้ หลักเกณฑ์หลักๆก็จะประมาณนี้นะครับ
   สินค้ายอดนิยมที่เขาถ้าจะมีปัญหาบ่อย ที่ว่าร้านรับซื้อของเก่าเจอนะครับผม เช่น ถังแก๊ส ปั๊มน้ำ รถมอเตอร์ไซค์ เครื่องยนต์ สินค้าเหล่านี้ก็จะเป็นสินค้ายอดนิยมที่ร้านรับซื้อของเก่าเจอกันอยู่บ่อยๆ ของเก่าพวกนี้เราก็ต้องระมัดระวังกัน อย่างถังแก๊สโดยส่วนตัวผมผมไม่รับซื้อเลย  ถ้ามีคนเสนอมาขายให้ผม ก็บอกเฮียผมไม่เอาแล้วกัน ตัดปัญหาเลยจบครับส่วนถ้าเป็นพวกซากมอเตอร์ไซค์หรือพวกเครื่องยนต์ถ้าเป็นซากมาก็ต้องขอดูเอกสารสิทธิ์ เช่นทะเบียนรถใครเป็นเจ้าของ ถ้ามาในร้านรับซื้อของเก่า "บอกเฮียผมเขาซากมาขายผมชำระให้เรียบร้อยแล้วเหลือแต่เศษเหล็กอย่างเดียวรับ  เฮียรับซื้อไหมพวกนี้"คือผมไม่รับซื้อเลยนะครับ  เราก็จะต้องดูเอกสารสิทธิ์  บัตรประชาชนจะต้องถ่ายไว้เพื่อป้องกันตัวเราได้ดีมาก พวกเครื่องมือช่างหินเจียร เครื่องตัดไฟเบอร์ ที่จริงแล้วผมว่าร้านรับซื้อของเก่าอย่างเรา อย่าไปเสี่ยงในการซื้อเข้าเลยแนะนำว่าไปซื้อของใหม่เลยจะดีกว่า เวลาเราจะมาใช้ก็ไม่กล้าใช้ กลัวรับซื้อของโจรหรือเปล่า
  วิธีทางป้องกันเพื่อที่ว่าไม่ให้เกิดกรณีรับซื้อของโจร
  1.  คือกรณีที่เพื่อนๆเปิดร้านรับซื้อของเก่า ก็คือจะต้องไปขออนุญาตเปิดร้านรับซื้อของเก่าให้เรียบร้อย ค่าธรรมเนียมปีละ 5,000 บาท ก็ไปทำเอกสารรับซื้อของเก่าให้ถูกต้อง เพราะถ้าหากเกิดกรณีอย่างนี้หากมีการตรวจสอบคือหนึ่งเลยเขาก็จะดูใบอนุญาตร้านรับซื้อของเก่า
  2.  ของที่สุ่มเสี่ยงอย่างตัวอย่างที่ผมพูดไป เช่นถังแก๊ส เครื่องตัดไฟเบอร์ ปั๊มสูบน้ำ อะไรต่างๆพวกนี้ก็แนะนำว่าอย่าไปซื้อเลยครับผม แต่ถ้าจะซื้อจะต้องขอเอกสารสิทธิ์ให้เรียบร้อย ขอถ่ายบัตรประชาชน ถ้าเขาไม่ให้บอกเลยเราไม่ซื้อ ตัดปัญหาไปเลยนะครับผม
  3. อย่าไปรับซื้อช่วงเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางคืนอันตรายมากเพราะถ้าเกิดกรณีอย่างนี้มาจะได้ไม่คุ้มเสีย ผมเจอเพื่อนร่วมอาชีพหลายท่าน ที่เจอในส่วนนี้ไป ในส่วนของเพื่อนๆที่เปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ บางท่านก็อยากจะซื้อของเก่า คือมีคนเอาของมาขาย แล้วเป็นพ่อค้า รับซื้อของเก่า อยากจะรับซื้อของเก่า แนะนำว่าหักห้ามใจเลยครับอย่ารับซื้อของเก่าช่วงเวลากลางคืน อย่าไปพลาดเลยครับมันไม่คุ้ม
  4. การรับซื้อของเก่า ให้ที่เป็นจำพวกเศษดีกว่า เช่นเศษเหล็ก เศษกระดาษ พลาสติกต่างๆพวกนี้เราก็สามารถซื้อได้
   แนะนำเพิ่มเติมนะครับผม สินค้ายอดนิยมนะครับผม มันก็จะมีพวกฝาท่อ ป้ายบอกทางตามข้างทางต่างๆอย่าไปรับซื้อของเก่าพวกนี้เลย ของหลวงอันตรายมาก อย่างกรณีที่เรารับซื้อของเก่าพวกป้ายต่างๆ หรือแม้กระทั่งฝาท่อแล้วพอมีการตรวจสอบขึ้นมา เราบอกว่าคุณพี่ตำรวจ ผมไม่รู้เลยว่าเป็นป้าย ทางตำรวจเขาจะไม่เชื่อเรานะครับ เพราะว่าโดยอาชีพร้านรับซื้อของเก่าอย่างเรา เราจะเจอสินค้าค่อนข้างที่จะเยอะ ตำรวจไม่มีทางเชื่อก็จะทำการส่งฟ้องศาลอย่างเดียว
   ในข้อมูลนี้ก็ขออธิบายเพื่อนๆไว้เพียงเท่านี้ก่อนละกันครับหวังว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจและผู้ดำเนินกิจการร้านรับซื้อของเก่า ไม่มากก็น้อยขอบคุณมากครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-19 10:55:53




ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ

ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ


ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

  ของพวกนี้ ขายได้ด้วยหรือ?
  วันนี้เราจะมาคุยเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบ รีไซเคิลที่ขายได้ ซึ่งปกติโดยทั่วไปแล้วหลายๆท่านอาจจะไม่ทราบว่าวัตถุดิบรีไซเคิลพวกนี้สามารถขายได้ ปกติโดยทั่วไปตามร้านรับซื้อของเก่าก็จะซื้อของหลักๆทั่วไป คือ เหล็ก กระดาษ พลาสติก ทองเหลือง ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น ซึ่งวัตถุดิบต่างๆเหล่านี้ก็จะเป็นสินค้ายอดนิยมที่ทำการซื้อขายในร้านรับซื้อของเก่าต่างๆ ที่ทำการซื้อขายอยู่เยอะ ก็จะมีบางส่วนที่ทำการซื้อขายเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะมีหลายตัวซึ่งจะทำให้หลายๆท่าน ไม่ทราบว่าสามารถขายได้
    ซึ่งอันที่จริงทีแรกตอนที่ผมเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ๆผมก็ไม่ทราบว่าสามารถขายได้ พ่อทำร้านรับซื้อของเก่าไปหลายปีก็เริ่มมีประสบการณ์เริ่มมีความรู้เกี่ยวกับของเก่า วันนี้ผมเข้ามาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังแล้วกันว่าสินค้ารีไซเคิลตัวไหนที่สามารถขายได้บ้าง ที่สามารถที่จะขายได้เลยก็มีเช่น โฟม เศษผ้า เทียน น้ำมันพืชเก่า น้ำมันเครื่องเก่า ยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก 10 ล้อ ขี้ตัดแก๊สจากเหล็ก กระสอบปุ๋ยถุงพลาสติกต่างๆ เชือกเรือเก่า เศษไม้ ท่อ PE สายรัดพลาสติก PP กล่องฟิวเจอร์บอร์ด แผงวงจร อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งของต่างๆเหล่านี้ก็จะมีกระบวนการรีไซเคิลต่างกันไป
  อย่างเช่นในกลุ่มพลาสติกเช่น ถุงพลาสติกก็จะทำการล้างให้สะอาดแล้วก็เข้า หลอมเพื่อผลิตเป็นถุงพลาสติกใหม่ อย่างวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะเข้าสู่ขบวนการกัดกรดแยกแร่โลหะต่างๆ แล้วก็ทำกระบวนการคัดกรองให้เหลือเป็นทองอย่างเดียว  ในส่วนของเศษผ้าก็จะทำการขึ้นรูปใหม่เพื่อที่ว่าทำเป็นผ้าเช็ดในงานอุตสาหกรรม เศษไม้ก็จะทำการโม่และคัดแยกเศษเหล็กออกและเข้าสู่กระบวนการเป็นพลังงานทดแทน โฟมก็จำทำการหลอมเป็นเม็ดพาสติกและทำการผลิตขึ้นมาใหม่ ซึ่งหลายๆตัวก็จะทำให้เพื่อนเสียดายบ้าง ว่าสามารถขายได้ด้วยหรือ จริงๆแล้ววัตถุดิบรีไซเคิลพวกนี้ก็จะมีกลุ่มซื้อของเขาต่างหาก   ซึ่งโดยปกติทั่วไปตามร้านรับซื้อของเก่าจะไม่ค่อยนิยมซื้อเพราะเนื่องจาก จะต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมสอนค้ารีซเคิลพวกนี้ค่อนข้างที่จะนานทำให้ เปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บจนทำให้ร้านรับซื้อของเก่าหลายๆร้านตัดใจไม่ซื้อวัตถุดิบรีไซเคิลพวกนี้ สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการการขายในวัตถุดิบรีไซเคิลในกลุ่มพวกนี้ก็ต้องค้นหาตลาดกันนิดนึง หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆและผู้สนใจที่อยากจะเปิดร้านรับซื้อของเก่าบ้างนะครับ ขอบคุณครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-19 09:48:40




เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร

เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร


เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

      เศษกระดาษ ร้านรับซื้อของเก่าเอาไปทำอะไร

หลังจากที่เพื่อนๆเอาเศษกระดาษไปขายตามร้านรับซื้อของเก่านั้น จะมีขั้นตอนและกระบวนการอะไรต่อบ้างจนกว่าจะมาเป็นเศษกระดาษที่เราใช้ใหม่ วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังครับ
     สวัสดีครับผมนพดล วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องการรีไซเคิลของเศษกระดาษหลังจากที่เพื่อนๆหลายท่านนำเศษกระดาษ กระดาษลังหรือแม้กระทั่งกระดาษขาวดำไปขายให้กับทางร้านรับซื้อของเก่า ทางร้านรับซื้อของเก่านั้น ก็จะทำการรวมเศษกระดาษต่างๆโดยแยกเป็นแต่ละประเภท แล้วทำการส่งให้กับทางโรงอัดกระดาษ ซึ่งการส่งแต่ละครั้งของร้านรับซื้อของเก่านั้นก็แล้วแต่ อาจจะส่งเป็นเที่ยวรถกะบะหรืออาจจะเป็นเที่ยวรถ10ล้อ
   โรงอัดกระดาษนั้น มีหน้าที่รวบรวมเศษกระดาษจากตามร้านรับซื้อของเก่าต่างๆและทำการอัดเป็นก้อน เพื่อทำการส่งให้กับโรงงานรีไซเคิลกระดาษ ในการอัดก้อนของเศษกระดาษแต่ละครั้งนั้นน้ำหนักแต่ละก้อนจะอยู่ที่ประมาณ 500-800 กิโลกรัม จะมีขนาด 80*100*250 เซนติเมตรโดยเฉลี่ย สาเหตุที่ต้องอัดเศษกระดาษนั้นคือ ต้องการลดเนื้อที่ในการขนส่ง และต้องการให้การขนส่งแต่ละรอบมีประสิทธิภาพสูงสุด หลังจากที่โรงอัดกระดาษส่งให้กับทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษแล้ว โรงงานรีไซเคิลกระดาษก็จะทำการตรวจเช็ครับเศษกระดาษ โดยจะมีขั้นตอนการเช็คความชื้นของก้อนกระดาษ เช็คสิ่งเจือปนต่างๆที่อยู่ในก้อนกระดาษ หลังจากที่ทำการเช็คเสร็จ โรงงานรีไซเคิลกระดาษ ก็จะทำการ คัดแยกสิ่งเจือปนอีก 1 รอบ และทำการ ใช้โฟล์คลิฟท์ตักเข้าสู่สายพานลำเลียง เพื่อสู่กระบวนการ ต้มกระดาษ ในการต้มใส่กระดาษนั้นเครื่องมือในการต้มกระดาษจะเป็นลักษณะถังใหญ่ๆ มีใบพัดตีเศษกระดาษ เพื่อให้เศษกระดาษยุ่ยแล้วเป็นเยื่อกระดาษออกมา ส่วนสิ่งเจือปนที่มีอยู่ใน เศษกระดาษนั้น ในถังจะมี ตัวคัดแยกสิ่งเจือปน ซึ่งจะเป็นลักษณะคล้ายๆคาด เครื่องเกี่ยวเศษถุงพลาสติก เชือก กระสอบต่างๆ เมื่อได้เยื่อกระดาษเรียบร้อย  ก็จะส่งไปตามท่อลำเลียงไปสู่ถังพักของเยื่อกระดาษ หลังจากนั้นทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษก็จะนำเยื่อกระดาษเหล่านั้นเข้ามาสู่กระบวนการเรียงเยื่อกระดาษและทำการรีดน้ำออก ให้ความร้อนเพื่อ ไล่ความชื้นออกจากกระดาษ แล้วก็จะม้วนออกมาเป็นกระดาษม้วน หลังจากที่ได้เป็นกระดาษม้วนแล้ว เขาจะไปสู่กระบวนการผลิตเป็นกล่องกระดาษ ในการผลิตนั้นจะมีกระดาษเข้าไปสู่ กระบวนการ แล้วจะมีเครื่องทำลอนกระดาษ โดยจะมีกาวเป็นตัวกลางเพิ่มความแข็งแรง หลังจากทำรอนกระดาษแล้วก็จะติดกระดาษด้านบนและด้านล่าง เพื่อให้เป็นกระดาษลอนออกมา ซึ่งจะเหมาะในการทำกล่องกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์ แล้วก็จะไปสู่ถึงขั้นตอนกระบวนการ การทำกล่องคือการพิมพ์ลายและการไดคัทให้เป็นรูปกล่องกระดาษออกมาตามที่ลูกค้าต้องการ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ
  การรีไซเคิลเศษกระดาษนั้น จะเป็นการลดต้นทุนในการผลิตเป็นอย่างมาก และช่วยลด การใช้ทรัพยากรต้นไม้ในการผลิตกระดาษได้มาก ซึ่งในปัจจุบันเศษกระดาษในประเทศเราไม่เพียงพอในการผลิตกระดาษรีไซเคิล ทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษต่างๆจึงได้มีการนำเข้าเศษกระดาษ จากต่างประเทศ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรีไซเคิลกระดาษ ซึ่งการใช้แต่ละครั้งนั้นจะใช้จำนวนมากส่วนราคาของเศษกระดาษนั้น ทางโรงงานรีไซเคิลกระดาษ จะเป็นคนกำหนดราคารับซื้อออกมา และ ทางโรงอัดกระดาษและ ร้านรับซื้อของเก่า ก็จะหาราคาที่เหมาะสมสำหรับการซื้อเศษกระดาษจากลูกค้าอีกทีนึง หวังว่าเพื่อนๆ คงได้ประโยชน์ในบทความนี้ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอให้ทุกท่านและร้านรับซื้อของเก่าต่างๆโชคดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-08 21:04:46




ทำไม "รถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ"

ทำไม "รถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ"


ทำไม "รถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ"

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   ทำไมรถรับซื้อของเก่าให้ ราคาโหดจริงๆ
จริงๆแล้วหลายๆท่าน คงจะมีประสบการณ์ ในการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ให้กับรถรับซื้อของเก่า หรือ ซาเล้ง ซึ่งพอถามราคารับซื้อของเก่า ก็เจอกับราคาที่น่าตกใจ เช่น คอมพิวเตอร์เสียให้เครื่องละ 50 บาท เครื่องซักผ้าเสียให้เครื่องละ 50 บาท เห็นราคารับซื้อของเก่าแล้วแทบจะไม่อยากขาย 
     "
เอาไปซ่อมขายได้ราคาตั้งเยอะ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาราคาตั้งแพง เป็นคำถามที่มีมากมายในหัว"
    
 แต่เมื่อเรียกมารถรับซื้อของเก่ามาแล้ว ก็เลยขายของเก่าไปให้ชิ้นนึง ก่อนที่ผมจะมาทำร้านรับซื้อของเก่าผมก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้ ว่าทำไมถึงให้ราคาน้อยจัง  วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังสาเหตุที่ รถรับซื้อของเก่า ต้องซื้อราคาของเก่าขนาดนี้เป็นเพราะว่าอะไร สาเหตุที่ทำให้รถรับซื้อของเก่า หรือ ซาเล้ง ต้องซื้อเครื่องไฟฟ้าในราคาถูก เพราะเนื่องจากเวลาแกะเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว ของที่ได้มีมูลค่าค่อนข้างต่ำ และใช้ระยะเวลาในการแกะค่อนข้างนาน เช่นเครื่องซักผ้า 1 ตัว น้ำหนักประมาณ  15 กิโลกรัม เวลาแกะจะได้ พลาสติกกรอบ ประมาณ 6กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 5 บาท จะเป็นเงินค่าพลาสติกกรอบ 30 บาท ได้มอเตอร์ 2 ตัว แกะมาจะได้ เศษเหล็กประมาณ 3 กิโล กิโลกรัมละ 9 บาท เป็นเงินอยู่ 27 บาท ได้ทองแดงจากมอเตอร์ประมาณ 3 ขีด ราคากิโลกรัมละ 165 จะเป็นเงิน 49 บาท ต้องใช้ระยะเวลาในการแกะประมาณ 40 นาที ได้เศษสายไฟประมาณ 1 ขีด ต้องเสียเวลาปอกเปลือกพลาสติกออกจากสายไฟ ใช้ระยะเวลาสักพักหนึ่ง ขายได้ประมาณ 10 บาท มีชิ้นส่วนอื่นๆที่ยังพอได้อีกเช่น แผง บอร์ดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งน้ำหนัก ประมาณ 2 ขีด ขายได้กิโลกรัมละ 25 บาท เป็นเงิน 5 บาท และเป็นส่วนวัสดุอื่นๆที่ไม่สามารถขายได้ จะต้องเป็นหน้าที่ของรถรับซื้อของเก่าเพื่อเอาไปทิ้งอีก รวมๆแล้วเงินที่ได้จากการแกะเครื่องซักผ้าจะได้ประมาณ 121 บาท พวกอุปกรณ์อื่นๆที่ยังพอขายได้อีกประมาณ 30 บาทคิดให้เต็มที่จะได้เงินอยู่ประมาณ 150 บาท ต้นทุนซื้อมา 50 บาทจะเหลือกำไรอยู่ 100 บาทหักค่าน้ำมันรถ หักค่าแรงงานในการแกะและระยะเวลาในการแกะเครื่องใช้ไฟฟ้า แทบจะไม่เหลือกำไรอะไรเลย แต่ที่รถรับซื้อของเก่า เขารับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เขาหวังว่า อาจจะนำไปซ่อมและขายเป็นของใช้ไฟฟ้ามือสองได้ ซึ่งซ่อมได้บ้างและซ่อมไม่ได้บ้าง ในส่วนที่ซ่อมได้ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ไป จริงๆแล้ว ผมมองว่า ทางรถรับซื้อของเก่าเขาตั้งราคาที่สมเหตุสมผลแล้ว เขาไม่ได้เอากำไรมากมายเลย หากเพื่อนๆที่กำลังจะขาย ก็อย่าไปว่าเขาเลยครับ ดีซะอีกที่เขาเก็บออกไปให้เรา บ้านเราก็ได้สะอาด แถมยังให้ เงินเราอีก วันนี้ขออธิบายเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ





ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-05-01 11:07:06




ตีฝ้าใช้เองใน ร้านรับซื้อของเก่า

ตีฝ้าใช้เองใน ร้านรับซื้อของเก่า


ตีฝ้าใช้เองใน ร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

   สวัสดีครับผมนพดล by  www.recyclechon.com ครับ วันนี้ผมก็จะมาสาธิตวิธีการการตีฝ้าสำหรับออฟฟิศร้านรับซื้อของเก่าของเรานะครับผม ซึ่งก่อนหน้านี้ออฟฟิศของผมก็จะเป็นที่ปลูกต้นไม้ต่างๆ  แล้วผมก็เริ่มขยับขยายมาก่ออิฐทำเป็น ออฟฟิศเพื่อใช้ในร้านรับซื้อของเก่านะครับ ซึ่งก็เป็นออฟฟิศดัดแปลงแล้วกัน แล้ววันนี้ผมก็จะให้ลูกน้องในร้านรับซื้อของเก่าของผมมาตีฝ้าให้
    อันดับแรกก็คือทางผมก็ไปซื้ออุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆอุปกรณ์(ก่อนหน้านี้อุปกรณ์ตีฝ้าพวกนี้ที่ร้านรับซื้อของเก่าผมก็มีแต่ขายไปหมดแล้ว พอจะใช้เลยต้องซื้อใหม่555)  ก็จะมีแผ่นยิปซั่ม  ซีลาย ตัวล็อคซีลาย สกรูDriver แล้วก็ปูนฉาบเรียบ อุปกรณ์ก็จะประมาณนี้
  ขั้นตอนการทำงาน
  1.  วัดระดับน้ำของห้องนะครับผมทั้ง 4 มุมให้ได้ระดับนะครับผม หลังจากที่เราวัดระดับน้ำเรียบร้อยแล้วนะครับผมทางเราก็จะเอาฉาก สำหรับตีฝ้านะครับผมมายึดติดทั้ง 4 มุมนะครับโดยให้บ่าของฉากอยู่ด้านบนทั้ง 4 มุม เพื่อเป็นตัวรองรับซีลาย ขั้นตอนนี้เราจะเอาตะปูยึดผนัง
  2. เราก็จะวัดซีลายให้ได้ขนาดของห้อง  เราก็จะเอาซีลายวางแนวนอนนะครับผม วางเข้าไปบนบ่า ของฉากของห้องโดยเว้นระยะห่างช่วงระยะ 40 cm นะครับ หลังจากที่เราวางช่วงระยะ 40 cm เรียบร้อยแล้วทางเราก็จะเอาสกรูยิงยึดเข้าไประหว่างบ่ากับซีลาย
  3.  เมื่อเรายึดติดเรียบร้อยแล้วทางซีลายก็จะเป็นแนวขวางหลังจากนั้นทางเราก็จะ เอาซีลายมาวาง เป็นแนวยาว เพื่อทำเป็นคานขอบฝ้า โดยเว้นระยะ 40 cm เหมือนกัน โดยตัวนี้ทางเราจะเอาซีลายจะเป็นแนวตั้ง เพื่อเน้นความแข็งแรงและยึดด้วยตัวยึดซีลาย ซึ่งเราซื้อมาตัวนี้จะเป็นตัวยึดสำเร็จซึ่งใช้งานสะดวกมาก
  4.  หลังจากที่เราวางขาเสร็จเรียบร้อยวางเป็นแนวตั้งทั้งเราก็ยึดให้เรียบร้อยก็จะเป็นลักษณะตารางคล้ายๆกับตารางหมากฮอส หลังจากที่เรายึดแต่ละยึดคานโดยใช้ตัวล็อค เสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นทางเราก็จะเอาฉากที่เหลือจากการตีขอบนั้นมายึดตรงช่วงคานกับโครงหลังคาเพื่อรั้งไว้ให้ได้ระดับและจะได้แข็งแรง โดยเราจะใช้สกรูเป็นตัวยิงยึด
  5. เราก็จะใช้แผ่นยิปซั่มที่ซื้อมาสำเร็จ มายิงเข้ากับตัวโครงซีไลน์ที่เราทำไว้ โดยใช้สกรูไดร์เวอร์เป็นตัวยิง ยิงเข้าไปให้ทั่ว หลังจากที่เรายึดฝ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  6. ผสมปูนทยิปซั่มมา โป๊ลงไปในส่วนที่เป็นรอยเช่นรอยบุ๋มของสกรูต่างๆ  ตามมุมต่างๆให้เรียบร้อย ซึ่งขั้นตอนการ โป๊ฝ้า ก็ค่อนข้างที่จะใช้ระยะเวลา นานพอสมควร
  7. ทำการขัด ให้เกิดความเรียบและความสวยงามในการทำงาน
  8. เราก็จะทาสีได้เลย การทาสีนั้นก็แนะนำเป็นสีใช้ทาภายในและใช้เป็นลูกกลิ้ง เพื่อความสะดวกในการทำงานส่วนบริเวณขอบนั้นแนะนำว่าใช้แปรงในการทาเพื่อที่จะได้เข้าถึงมุมจากต่างๆ จะได้เกิดความสวยงามในการทำงานซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคนิคง่ายๆในการตีฝ้า
  สำหรับเพื่อนๆท่านใดที่ทำร้านรับซื้อของเก่าก็สามารถนำไปดัดแปลงใช้ กับสำนักงานของตัวเองได้นะครับผมก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆครับสวัสดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-30 13:58:27




เทคนิคการย้ายเครื่องจักร

เทคนิคการย้ายเครื่องจักร


เทคนิคการย้ายเครื่องจักร

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

วันนี้ผมก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องการขนย้ายเครื่องจักรในร้านรับซื้อของเก่านะครับผม ปกติแล้วผมไม่ค่อยได้ซื้อกระดาษ ขวด กระป๋อง ประมาณนี้นะครับเนื่องจากเป็นร้านรับซื้อของเก่าของผมไม่ได้อยู่ในเขตของแหล่งชุมชนนะครับผม ผมเลยต้องแก้ไขปัญหาสถานการณ์คือต้องไปหาเก็บตามโรงงาน จริงๆแล้วของผมก็ไม่ได้เก็บโรงงานขนาดใหญ่นะครับเป็นการเก็บโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก ใช้คนงานไม่เยอะ
   ก่อนหน้านี้ก็มีโรงงานอยู่โรงงานนึง  เขาต้องการที่จะขายเครื่องปั๊มเหล็ก เขาก็พาผมเข้าไปดูเครื่องจักร เป็นเครื่องปั๊มผมกะน้ำหนักประมาณตัวละ 2 ตัว  น้ำหนักประมาณตัวละ 2000 กิโลกรัม นะครับผม เครื่องจักรเขาจะอยู่ในโรงงาน แล้วก็จะมีกำแพงกั้น เราไม่สามารถเอาออกได้เลยนะครับ ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือในการเอาเครื่องจักรออกนะครับ  ผมอธิบายให้ฟังว่าขั้นตอนการทำงานของผมเป็นอย่างไร เครื่องจักรจะอยู่ในส่วนของโรงงาน จะมีทางเข้าอยู่ทางด้านขวามือ เครื่องจักรจะอยู่ซ้ายมือติดกำแพง 2 ตัว เวลาขนย้ายออก ผมจะต้องย้ายเครื่องจักรมาตรงฝั่งประตู และเอาแป๊บรองเพื่อเอาเฮี๊ยบลากเครื่องจักรมาที่โล่ง แล้วทำการใช้รถเฮี๊ยบทำการยกเครื่องจักร จริงๆแล้วผมไม่มีประสบการณ์การย้ายเครื่องจักรเลยนะครับ ก็เลยไปขอคำปรึกษาจากเพื่อน ซึ่งมีเพื่อนอยู่ท่านหนึ่ง เขารับย้ายเครื่องจักร  แล้วเขาก็ให้คำตอบว่าในกรณีแบบนี้จะต้องดีดขึ้นจากให้ลอยขึ้นแล้วเอาเต่าลองได้เครื่องจักรแล้วลากออกมา เต่าก็จะเป็นแผ่นเหล็กสี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนมีความหนาประมาณ 10 mm แล้วจะมีล้อด้านล่าง 4 มุมล้อตัวนี้จะหมุนรอบสละ 360 องศาเพื่อที่ว่าสามารถลากเครื่องจักรออกมาได้ เขาก็เลยแนะนำประมาณนี้  ผมก็เลยขอยืมเครื่องมือเข้ามาใช้  ทีแรกก็ไม่รู้จะทำยังไงดีนะที่เพื่อนให้คำตอบมา 
 
    เครื่องมือที่ใช้ในการขนย้ายเครื่องจักร 
  1. จะเป็นแม่แรง แม่แรงจุดนี้จะแตกต่างจากแม่แรงรถยนต์ ซึ่งเขาจะมีการออกแบบมาเป็นพิเศษคือจะมีเหล็กออกมาและเป็นบ่ารองรับ เพื่อที่ว่าเสียบใต้เครื่องจักรแล้วติดขึ้น 
  2. คือเต่า สำหรับการลากเครื่องจักรออกมา วันนี้ผมก็จะใช้เต่าอยู่ประมาณ 2 ตัวพอเนื่องจากเครื่องจักรไม่ใหญ่มาก 
  3. คือแป๊บเหล็กสะหรับกรณีที่เต่าไม่สามารถขนได้ 
  4. ขอนไม้และอุปกรณ์ทั่วไปเช่นโซ่ในการยกและสายเบลท์
   วันนั้นที่ผมเข้าไปผมเอารถสิบล้อเข้าไป 2 คัน เนื่องจากว่าเครื่องจักร จากการที่ประเมินด้วยสายตาเครื่องจักรน้ำหนักประมาณตัวละ 2 ตัน และเฮี๊ยบของผมมันยกได้อยู่ 2 ตัน ปัญหาของผมมีอยู่ว่า รถเฮี๊ยบของผมคอกมันจะสูง พอสูงมากเวลายก อาจจะแรงไม่เพียงพอในการยก เลยนำรถเฮี๊ยบเข้าไป 2 คันเพื่อช่วยทำการยก
   เริ่มแรกเดิมทีเลยที่เข้าไปเอาเครื่องจักรก็จะเอาแท่นแม่แรง สอดเข้าใต้เครื่องจักรและทำการยกดีดขึ้นมาเอาขอนไม้รอง เมื่อลองได้ระดับแล้ว ก็จะเอาเต่าทำการเสียบเข้าไปแล้วลากออกมา พอถึงประตู ก็จะเอาแป๊บลอง แล้วเอาเฮี๊ยบลากออกมา ให้อยู่บริเวณพื้นที่โล่ง แล้วก็นำรถสิบล้อ 2 คันมาช่วยทำการยกขึ้น กรณียกลงผมก็จะใช้เฮี๊ยบยกลงเหมือนกัน ในส่วนเครื่องจักรนี้ ซึ่งมันจะมีตัวที่ใช้ได้อยู่และจะมีตัวที่ใช้ได้อยู่ 1 ตัวและตัวใช้ไม่ได้อยู่ 1 ตัว เวลาผมขายผมก็จะขายเหมารวม 2 ตัวเลย เพราะว่าถ้าแยกขายทีละตัวตัวที่ใช้ได้จะขายได้ก่อนส่วนตัวที่ใช้ไม่ได้ก็จะขายไม่ได้  ทำให้เราไม่สามารถขายได้
  ผมก็จะมีทิคเสริมสำหรับเพื่อนๆ ในการขนย้ายเครื่องจักรก็ได้ส่วนแรกของผมเลยก็คือจะต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับ 1 เพราะถือว่าบุคลากรเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นทีมงาน ของคนไทยหรือทีมงานต่างชาติก็แล้วแต่ ส่วนเรื่องที่ 2 คือในส่วนของการประเมินราคา มีอยู่ว่าถ้าเป็นเครื่องจักรที่นิยมใช้ พื้นฐาน ทักษะช่างทั่วไป เช่นเครื่องเชื่อม เครื่องตัดไฟเบอร์ เครื่องกลึง เครื่องมิลลิ่ง พวกนี้จะเป็นเครื่องจักรพื้นฐานถ้าสามารถใช้ได้แล้วก็จะตีให้สูงนิดนึงเพราะว่ามันจะขายง่ายมีคนมีความต้องการสูง ส่วนเครื่องจักรใหญ่ๆที่เป็นงานเฉพาะด้าน ใช้งานได้อย่างเดียวไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ ตัวนี้ผมก็จะตีราคาเป็นเศษเหล็ก เนื่องจากว่าจนกว่าที่เราจะขายได้  จนกว่าจะหาลูกค้ามาซื้อได้ต้องใช้ระยะเวลานาน หรือบางครั้งเครื่องอาจจะเสียก่อนเพราะเราไม่ได้วอร์มเครื่องไม่ได้ใช้เครื่อง และอีกอย่าง เครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ เวลาขนย้ายเราจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายเช่นรถขนย้าย เครนสำหรับยก เครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่มากๆจนถึงขนาดเราต้องเปิดหลังคาโรงงาน ซึ่งเราจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดี สรุปง่ายๆเลยคือถ้าเป็นเครื่องจักรพี่ไม่ค่อยนิยมใช้ถ้าขนาดยิ่งใหญ่ราคาก็จะยิ่งถูกลง ราคาถูกลงมานะครับเพราะว่ามันจะต้องมีค่าบริหารจัดการเยอะ แล้วก็การตัดการย่อยในการส่งเข้าเตาหลอม  ขายเป็นเศษเหล็กหล่อก็จะทำได้ยากมีค่าใช้จ่ายสูง ก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยเรา เพื่อนๆสามารถนำไปดัดแปลงใช้ได้กับร้านรับซื้อของเก่าของท่านได้นะครับขอให้ทุกท่านโชคดีสวัสดีครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-26 21:07:50




การเลือกซื้อตาชั่งใช้ ในร้านรับซื้อของเก่า

การเลือกซื้อตาชั่งใช้ ในร้านรับซื้อของเก่า


การเลือกซื้อตาชั่งใช้ ในร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    สวัสดีครับผมนพดลbyรีไซเคิลชนดอทคอมนะครับ ตอนนี้มาทำช่อง YouTube นะครับเกี่ยวกับร้านรับซื้อของเก่า การทำธุรกิจรีไซเคิลต่างๆนะครับ เพื่อนๆท่านใดที่สนใจก็สามารถเข้ามารับชมในเว็บไซต์ของเรา หรือไม่ก็ดูในช่อง YouTube ของเราก็ได้นะครับผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งและถ้าไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป ฝากเพื่อนกดไลค์กดแชร์ไม่ก็ฝากกดติดตามให้หน่อยนะครับเพื่อเป็นกำลังใจในการทำคลิปต่อๆไป
    วันนี้ผมก็จะมาพูดเกี่ยวกับเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็น ในการเปิดร้านรับซื้อของเก่าแล้วกัน ในที่นี้ขอพูดเกี่ยวกับเรื่องของตาชั่ง เริ่มแรกเดิมที ขอแชร์ประสบการณ์ นะครับผมก็ค่อนข้างแชร์จะปล่อย อย่าเพิ่งเบื่อกันเลยนะครับผม เริ่มแรกเต็มที่ตอนเปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ๆตอนนั้นทุนค่อนข้างมีจำกัด ตอนนั้นซื้อตาชั่งจำได้ว่าเป็นตาชั่ง สปริงที่ว่าชั่งได้ทีละไม่เกิน 60 กิโลกรัม รู้สึกว่าจะซื้อมา 2 ตัว ในกรณีที่เราชั่งน้ำหนักเกิน 60 กิโลกรัมไปนะครับผม เราก็จะเอาตาชั่งตัวที่ 1 มาตั้งแล้วก็เอาตาชั่งตัวที่ 2 มาตั้งด้านข้าง แล้วก็ชั่งของที่ลูกค้ามาขาย พาดกัน 2 ตัว แล้วก็เอาน้ำหนักมารวมกันก็จะได้นน.ที่เที่ยงตรง  ก็เป็นการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อีกอย่างหนึ่ง  และอีกตัวนึงก็เป็นตาชั่ง ลูกเลื่อนพิกัดก็ 500 กิโลกรัม ก็ซื้อมาใช้จะถามว่า ตาชั่งลูกเลือนได้ใช้ไหม จริงๆแล้วไม่ได้ใช้เลยนะครับผม ใช้ได้น้อยมากเลยครับ และผมเข้ามาเปลี่ยนเป็นตาชั่งดิจิตอล ที่ว่าใช้โหลดเซลล์ ตัวนี้เวิร์คมาก  เดี๋ยวจะพาไปเที่ยวไปดูแล้วกันนะครับเดี๋ยวผมพาไปเพื่อนๆไปดูแล้วกันนะครับผม ก็จะเป็นส่วนของตาชั่งสปริง ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดประมาณ 7- 800 บาทนะครับผม รูปทรงก็จะเป็นแบบนี้นะครับผม  เพื่อนๆลองดูนะครับว่าพิกัดมันอยู่ที่ 60 กิโลครับ เวลาซื้อมานะครับผม เพื่อนๆลองสังเกตนิดนึง บริเวณด้านข้างจะมีการปั๊มตราครุฑของกรมการค้าภายใน แสดงว่าได้มาตรฐาน อีกตัวนึงก็จะเป็นตาชั่งลูกเลื่อน พิกัดอยู่ที่ 500 กิโลกรัมสำหรับตัวใหญ่ และพิกัด 200 กิโลกรัมสำหรับตัวเล็ก เวลาช่างก็จะเอาตัวห้อยมาห้อยตรงปลาย แล้วก็เอาตัวถ่วงมาใส่ตรงบริเวณห้อยตัวไป แล้วก็เลื่อนน้ำหนัก ให้อยู่กึ่งกลางก็จะได้น้ำหนักที่ออกมา อีกตัวหนึ่งก็จะเป็นตาชั่งดิจิตอล ถ้าเพื่อนๆจะซื้อตราชั่งลูกเลื่อนแนะนำเป็นตาชั่งดิจิตอลดีกว่า ที่ร้านรับซื้อของเก่าของผมก็จะใช้ตาชั่งขนาด 150 คูณ 150 cm รับน้ำหนักได้ 3000 กิโลกรัม ครับผม ลักษณะการทำงานของเขาคือจะมีโหลดเซลล์อยู่บริเวณมุมทั้งสี่ด้าน เมื่อรับน้ำหนักโหลดเซลล์จะทำงานและส่งสัญญาณไปที่กล่องรับสัญญาณ เมื่อตัวรับสัญญาณรับสัญญาณเรียบร้อยแล้วก็จะส่งค่าออกมาที่จอแสดงผล ว่าเป็นพิกัดกี่กิโลกรัม ข้อดีของตาชั่งดิจิตอลนี้ คือเราสามารถ นำหัวตาชั่งดิจิตอลไปชาร์จแบตได้ บริเวณหัวของตาชั่งน้ำจะมีแบตเตอรี่อยู่ แต่เวลาชั่งน้ำหนัก ก็จะมีปุ่มกดสำหรับต่อเครื่องปริ้น เพื่อปริ้นแสดงค่าน้ำหนักออกมาได้ แล้วก็ในกรณีที่เรา ชั่งน้ำหนักหลายๆตัว เราสามารถนำของขึ้นชั่ง พอช่างเสร็จเราสามารถกด Zero เพื่อเซ็ตน้ำหนักให้เป็น 0 แนะนำสินค้าตัวใหม่ขึ้นชั่งได้เลย โดยที่ไม่ต้องยกวัตถุดิบที่ช่างทีแรกออก ตาชั่งดิจิตอลตัวนี้ตอนที่ผมซื้อมาราคาอยู่ที่ประมาณ 27,000 บาท ถ้าเพื่อนๆท่านใดที่เปิดร้านรับซื้อของเก่าใหม่ แนะนำให้ซื้อตาชั่งดิจิตอลไปเลย เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินในการซื้อตาชั่งใหม่รอบและเวลาที่ลูกค้ามาขายของเก่าก็เห็นน้ำหนักที่ชั่งก็จะได้มั่นใจใขการขายของเก่า และอยากของของเก่ามาขายที่ร้านรับซื้อของเก่าของเราอีก ข้อแนะนำในการใช้ตาชั่งดิจิตอลคือ เวลาชาร์จแบตเตอรี่ ห้ามชาร์จขณะฝนตกฟ้าร้อง  ห้ามเชื่อมเหล็ก บนตาชั่งโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร ห้ามนำหัวตาชั่งเปียกฝน ห้ามเอาของหนักมาทับสายสัญญาณ หวังว่าบทความนี้จะเป็นเทคนิคดีๆสำหรับเพื่อนๆที่เปิดร้านรับซื้อของเก่านะครับ ขอให้เพื่อนๆทุกท่านโชคดีครับ






ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 21:19:00




การทดสอบสแตนเลส ในร้านรับรับซื้อของเก่า

การทดสอบสแตนเลส ในร้านรับรับซื้อของเก่า


การทดสอบสแตนเลส ในร้านรับรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

    ในการรับซื้อของเก่านั้น มีเศษวัสดุรีไซเคิลมากมาย ให้เราทำการซื้อ เช่น ขวด กระดาษ พาสติก เหล็ก และโลหะมีค่าต่างๆ 
ในแต่ละครั้งก็จะมีของมากมาย ทั้งที่เคยเจอ เคยเห็นและไม่เคยเจอในร้านรับซื้อของเก่า หากเรารับซื้อของที่มีราคาถูกเป็นของแพง นั้นหมายความว่าเราจะต้องขาดทุนในของชิ้นนั้นๆ
     วันนี้จะมาพูดถึงการรับซื้อและทดสอบสแตนเลสเกรด304 (หรือที่เราเรียกจนชินปากว่าสแตนเลสแท้)และสแตนเลสเทียม 210
คุณสมบัติของสแตนเลสของสองตัวนี้จะคล้ายๆกันต่างกันเล็กน้อย คือ สแตนเลส304แม่เหล็กดูดไม่ติด (อันที่จริงดูดติดเล็กน้อย) ทนการกัดกร่อน ใช้หัวแก๊สตัดเหล็ก ตัดได้ยาก ค่าถ่วงจำเพาะเท่าเหล็ก ส่วนเกรด 210 จะคล้ายๆกับเกรด 304 แต่จะต่างกันคือแม่เหล็กจะดูดติด ในการรับซื้อของเก่าของผู้เริ่มต้นเปิดร้านนั้น เราจะเอาแม่เหล็กมาทดสอบสแตนเลสอย่างเดียวไม่พอ เพราะมีหลายๆกรณีที่แม่เหล็กดูดไม่ติด แต่ส่งขายไม่ได้ เลยต้องขาดทุน การทดสอบสแตนเลส 304นั้นไม่ยาก แต่เราจะต้องมีอุปกรณ์ ดังนี้​ 
                              
  • แม่เหล็กแรงสูง
  • แบตเตอรี่ 9V
  • น้ำยาทดสอบสแตนเลส(หากไม่มีใช้น้ำกรดที่อยู่ในแบตแตอรี่รถยนต์มาใช้ได้)
          
         การทดสอบสแตนเลส
  1. ใช้แม่เหล็กแรงสูงทดสอบ หากแม่เหล็กดูดไม่ติดหรือติดเล็กน้อยแสดงว่าผ่านเบื้องต้น
  2. ใช้น้ำยาทดสอบหรือนำ้กรดแบตเตอรี่หยดที่ผิว และแบตเตอรี่ขั้วลบติดที่ผิวของสแตนเลส ขั้วบวกจุ่มติดตรงที่น้ำกรด ปล่อย5 วินาที หากน้ำออกเหลืองๆแสดงว่าใช้ได้ หากออกสีแดง แสดงว่าใช้ไม่ได้ ซื้อเป็นเศษเหล็กได้เลย (สแตนเลสเกรด210 สีจะออกเป็นสีแดงครับ)
                  

                                 (ในภาพคือเกรดสแตนเลส 210ครับ)

ที่จริงแล้วสแตนเลสมีหลายเกรดมาก แล้วแต่คุณสมบัติ แต่คราวๆ ในการรับซื้อของเก่านั้น ก็จะทดสอบประมาณนี้ครับ หวังว่าเพื่อน พี่ๆคงโชคดีนะครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 19:48:32




การขอสินเชื่อ กับ ร้านรับซื้อของเก่า

การขอสินเชื่อ กับ ร้านรับซื้อของเก่า


การขอสินเชื่อ กับ ร้านรับซื้อของเก่า

ประเภท : นานาสาระ

รายละเอียด

 การขอสินเชื่อ กับ ร้านรับซื้อของเก่า เงินทุน เป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการดำเนินกิจการ ร้านรับซื้อของเก่า เพราะในแต่ละวัน ร้านรับซื้อของเก่า มีการซื้อ ขาย วัตถุดิบในการรีไซเคิลมากมาย ใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง เงินทุนไม่เพียงพอก็จะประสบปํญหาได้ หากต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนมาก การขอสินเชื่อก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการ ร้านรับซื้อของเก่า
 การขอสินเชื่อกับแหล่งเงินทุนเช่น ธนาคารนั้นไม่ยากหากทำถูกวิธี มีการเตรียมตัวและเอกสารที่สมบูรณ์ ยิ่งขอสินเชื่อมาดำเนินกิจการ ร้านรับซื้อของเก่า ยิ่งของ่าย เพราะธนาคารมองดูว่า ร้านรับซื้อของเก่า เป็นธุรกิจ ซื้อมา -ขายไป อัตราเสี่ยงต่ำ สินค้าเกือบทุกตัวขายได้หมด โดยหลักๆเลย จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
  • เป็นบุคคลน่าเชื่อถือ มีเครดิต ไม่ติดแบล็คลิสในด้านธุรกรรมการเงิน
  • มีหลักทรัพย์ ในการค้ำประกัน ในการขอสินเชื่อ (การจะขอได้เงินมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลักทรัพย์เป็นหลักเลยครับ)
  • มีเอกสารทางราชการหรืออื่นๆในการประกอบการอนุมัติเงินกู้ เช่น ใบประกอบการ ร้านรับซื้อของเก่า ใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนายอดการเดินบัญชีทางการเงินย้อนหลัง เอกสารบิลซื้อขายของ หนังสือรับรองจากเครดิตบูโร (หนังสือรับรองนี้ธนาคารจะแนะนำให้ไปทำเอง)
เมื่อท่านเตรียมเอกสารพร้อม ก็ไปติดต่อธนาคารได้เลย เจ้าหน้าที่จะตรวจดูเอกสาร หากขาดตกบกพร่องเจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ไปหาเพิ่มเติม และจะส่งเรื่องไปทางสำนักงานใหญ่ เมื่ออนุมัติขั้นต้น ก็จะส่งทีมงานมาประเมินหลักทรัพย์ในขั้นนี้จะมีค่าใช้จ่าย เราจะเป็นผู้ชำระเงินในส่วนนี้ ธนาคารจะมีระดับในการคิดเงินอยู่ เมื่อประเมินหลักทรัพย์เรียบร้อยก็รอการอนุมัติสินเชื่อหากผ่านท่านก็สามารถนำเงินส่วนนี้มาเป็นหมุนเวียนในร้านรับซื้อของเก่าได้เลย ในส่วนอัตราดอกเบี้ยหรือการขอสินเชื่อแบบเงินกู้ หรือแบบ OD ขอคำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ธนาคารได้เลยครับ หวังว่าผู้ประกอบการ ร้านรับซื้อของเก่า หลายๆท่านโชคดีนะครับ




ดูรายละเอียดทั้งหมด -> เมื่อวันที่ : 2019-04-25 19:47:13